หลังจากตบแผ่นหลังต้วนเนี่ยนเทียนเบาๆเป็นการปลอบโยน ลี่เฟยก็ผละร่างต้วนเนียนเทียนออกมา ก่อนจะเช็ดหน้าทั้งลูบหัวอีกฝ่าย “ดูเจ้าเถอะ…พริบตาเดียวก็โตกว่าแม่แล้ว”
หลังหานเฉวี่ยไน่รอให้แม่ลูกได้พบและปลอบกันสักพัก เมื่อเห็นว่าทั้งคู่เริ่มสงบอารมณ์ได้แล้ว นางก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามลี่เฟยออกมา สองตายังฉายแววซุกซนไม่เปลี่ยน “อั้ย พี่หญิงเฟยเอ๋ออ่า…ท่านไปทำอะไรมากัน ไฉนร้ายกาจแท้เล่า!?”
“ข้าได้รับสืบทอดมรดกของเซียนอมตะหนามม่วงน่ะ”
ลี่เฟยยิ้มกล่าว
“เอ๋ มรดกของเซียนอมตะหนามม่วงหรือ!?”
ได้ยินคำพูดของลี่เฟย ทั้งต้วนเนี่ยนเทียนและหานเฉวียนไน่ก็ตกใจไม่น้อย ลูกตาทั้งคู่ยังเบิกกว้างกลมโต
เซียนอมตะหนามม่วงเป็นใคร ทั้งคู่รู้จักดี
เพราะระนาบโลกียะแห่งนี้ก็ถูกเรียกว่าระนาบหนามม่วง ตั้งชื่อตามเซียนอมตะหนามม่วงที่ขึ้นสู่ระนาบเทวโลกไปเป็นคนแรก เช่นนั้นสามารถจินตนาการออกได้ไม่ยาก ว่าเซียนอมตะหนามม่วงที่ว่าได้รับความยกย่องขนาดไหนในระนาบแห่งนี้
และทุกคนยังรู้กันว่า ในอดีตเซียนอมตะหนามม่วงไม่เพียงแต่จะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด และสามารถขึ้นสู่ระนาบเทวโลกได้เป็นคนแรกเท่านั้น…
แต่หลังจากนางขึ้นไปได้แล้ว ไม่เพียงแต่นางจะกลับมาพร้อมสมบัติ นางยังแผ้วทางสร้างโอกาสให้ทุกคนมีโอกาสขึ้นสู่ระนาบเทวโลกได้ด้วย และไม่กี่ปีก่อน ก็พึ่งปรากฏมรดกสืบทอดสูงสุดของนางขึ้นมา