“คนหนึ่งนั้นอาการสาหัสนัก แค่ดูก็รู้ว่ากำลังจะแตกดับเต็มที ส่วนอีกคนก็แค่แลดูอิดโรยตามตัวเต็มไปด้วยรอยแผลยยิบย่อยมากมาย…จากนั้นทั้งคู่คล้ายคุยอะไรกันสักพัก อยู่ๆก็วูบหายไปแล้วฉากเรื่องราวเบื้องหน้าก็พินาศย่อยยับปานฟ้าถล่มอีกรอบ ข้าชมดูอยย่างหวาดกลัวจนผ่านไปอีกวัน ข้าก็พบว่าคนที่อาการสาหัสในตอนแรก ไม่ทราบพลิกสถานการณ์ได้อย่างไร แต่มันกลับกลายเป็นฝ่ายรุกไล่คนที่ดูอิดโรยและมีบาดแผลยิบย่อยนั่นได้!”
“ท่ามกลางห้วงมิติปั่นป่วน หนึ่งหลบหนีหนึ่งไล่ฆ่า…สุดท้ายผู้ที่เลือกจะหลบหนี ก็หันมองมาราวกับจะสังเกตเห็นข้าในโพรงไม้ จากนั้นมันก็ซัดบางสิ่งมาให้ข้า ทั้งสะบัดมือตบฟาดมาทางข้า และข้าจำได้แม่นเลยว่าฉากที่ข้าเห็นวินาทีนั้น ก็คือฉากความว่างเปล่ากำลังแตกสลายปานกระจก จนเผยห้วงแห่งความมืดมิดกำลังลุกลามเข้ามา…”
“น้องต้วนรู้หรือไม่ว่าความสิ้นหวังเป็นอย่างไร? ตัวข้ารู้ดี…เพราะวินาทีนั้นข้านึกว่าตัวเองต้องตกตายแล้วแน่ๆ! เพราะไม่ว่าผู้ใดก็ทราบ ว่าเมื่อความว่างเปล่าพังทลาย หากพลัดหลงเข้าไปในห้วงมิติมืดดำที่เต็มไปด้วยพลังมิติแปรปรวนนั่น กระทั่งจักรพรรดิสวรรค์ยังมีโอกาสตกตายสูง! แต่สุดท้ายข้ายังรอดแถมถูกส่งมาอยู่ที่ใดอีกก็ไม่รู้!!”