เพียงดวงดาวที่ยังมีชีวิตเท่านั้นจึงมีทรัพยากร และดวงดาวเช่นนี้มีจำนวนน้อยนัก ต่อให้มีก็ใช่จะกระจุกเป็นกลุ่มก้อนต้องข้ามระยะทางไร้สิ้นสุด ใช้เวลาเป็นร้อย ๆ ล้านปี”
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง จึงเอ่ยว่า “ก่อนหน้านี้ที่เจ้าบอกว่าสรรพสิ่งจะตกตาย เพราะทุกผู้ต่อสู้ฆ่าฟันกันเองหรือ?”
“เปล่า น่ากลัวกว่านั้นอีก”
เสียงของจิตศาสตราพลันเคร่งขรึมสุดขั้ว
“จำภาพบนผนังยามเจ้าอยู่ในเขตหวงห้ามเหวลึกได้หรือไม่?”
ความทรงจำของเจียงผิงอันคลี่ตัวในมโนสำนึกของเขา
หมึกสิบแปดกรขนาดมหึมาตนหนึ่งใหญ่โตเยี่ยงจักรวาล เพียงโบกหนวดเฉย ๆ ก็ถล่มดวงดาราเกินนับถ้วน น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
แต่ตัวตนน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้กลับถูกกรงเล็บมหึมาสีเขียวอันเต็มไปด้วยเกล็ดขยี้ทำลายได้ในพริบตา
เจียงผิงอันมิอาจวาดฝันได้เลยว่าตัวตนนั้นต้องอยู่ในระดับใด จึงน่ากลัวได้ถึงเพียงนั้น
จิตศาสตราเอ่ยเสียงเครียด “นั่นเป็นเพียงหมึกสิบแปดกรตนหนึ่งซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่งสูงสุดในโลกหล้าแห่งนี้ แต่จุดจบของมันก็คือถูกตัวตนจากโลกกว้างใบอื่นเขมือบกินเป็นอาหาร”
“นี่คือชะตาสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตในโลกของเจ้า”
ดวงตาของเจียงผิงอันพลันเบิกกว้าง หัวใจเต้นระส ่ารุนแรงดุจรัวกลอง “แข็งแกร่งที่สุด ถูกกลืนกิน โลกอีกใบ?”
สมองของเขาตอบสนองไม่ถูกไปชั่วขณะ ราวเพิ่งได้ทราบเรื่องของโลกหล้าผู้ฝึกตนเป็นครั้งแรก
จิตศาสตราเงยหน้าขึ้นนิดหน่อย ปรากฏดวงแสงสุกสกาวขึ้นบนสุญ