ตา
“โลกนี้มิได้ประกอบด้วยหมู่ดาว แต่เป็นภพภูมิอันแตกต่าง โลกของพวกเจ้าถูกเรียกว่าภพแร้นแค้น ขณะที่ภพภูมิที่ข้าอยู่มีชื่อว่าภพบุกเบิก”
“มองเสียว่าดวงแสงตรงหน้าเจ้าคือหนึ่งภพภูมิ มีอีกหนึ่งภพภูมิอยู่เหนือเรา ซึ่งถูกเรียกว่าภพเซียน”
“ภพเซียนมิได้งดงามเช่นพวกเจ้าวาดฝัน มีคน มีการต่อสู้ การต่อสู้ในภพเซียนน่ากลัวยิ่งกว่าที่นี่อีก ร้ายกาจเสียจนมันจะทำลายสรรพชีวิตในโลกหล้ามลายสิ้น”
“ในภพเซียนมีขุมกำลังใหญ่หลายแห่ง ควบคุมโลกใบน้อยมากมาย และยามตัวตนในโลกใบน้อยเหล่านี้เติบโตได้ถึงระดับหนึ่งพวกเขาก็จะบุกปล้น กลืนกินและเก็บเกี่ยวพลัง”
“เหมือนคนเลี้ยงหมู เมื่อหมูเติบโต พวกมันก็จะถึงเวลาขึ้นโต๊ะอาหาร”
ขณะนี้ สันหลังของเจียงผิงอันหนาววาบ ความเย็นฉีดสูงจากฝ่าเท้าถึงกะโหลกศีรษะ ความกลัวเกินกว่าครั้งใดอัดแน่นในอก เกือบมิอาจหายใจ ร่างของเขาเกร็งนิ่งมิอาจขยับเขยื้อน
เหล่าสุกรหารู้ไม่ ว่าหลังพวกมันอ้วนพี ก็จะถึงเวลายกพวกมันขึ้นโต๊ะอาหาร ยามพวกมันทราบเรื่องทั้งหมดนี้ก็ล้วนสายไปแล้ว
ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนฝึกฝนสุดชีวิต สู้ตายเผชิญวิกฤติเสี่ยงดับอสงไขย แบกสังขารโชกเลือดสัญจรต่อ ก้าวข้ามอัจฉริยะคนแล้วคนเล่า เอาชนะมวลศัตรูเกินนับ เหยียบย่างบนกองซากศพไร้สิ้นสุด แต่แล้วก็ต้องมาพบว่าผลลัพธ์เป็นเช่นนี้…
เพียงหนึ่งโบกมือของจิตศาสตรา ดวงแสงตรงหน้าเขาก็ดับสลาย
“ขุมกำลังที่ควบคุมภพแร้นแค้นของพวกเจ้ามิได้ฆ่าหมึกสิบแปดกรตน