สองตาหวังเชียนจ้านฉายแววไม่พอใจเป็นที่สุด มันยากจะยอมรับผลลัพธ์ดังกล่าวจริงๆ สุดท้ายก็ได้แต่กล่าวปลอบใจตัวเอง “บางที…จักรพรรดิอมตะกลับชาติมาเกิดผู้นั้น ยังไม่ทันได้ใช้มันเป็นเครื่องสังเวย…หลังจากนี้ไม่นานมันอาจจะตายก็เป็นได้”
หลังกล่าวปลอบใจตัวเองอยู่พักหนึ่ง หวังเชียนจ้านก็เริ่มติดต่อไปหาเหลิ่งเอี้ยเพื่อรายงานเรื่องราวทันที “ใต้เท้าเหลิ่ง ข้าน้อยยืนยันได้แล้วว่าลูกแก้ววิญญาณของต้วนหลิงเทียนยังอยู่ดีไม่บุบสลาย…มันยังไม่ตาย!”
“เอาล่ะ”
หลังเหลิ่งเอี้ยตอบกลับ มันก็บอกให้หวังเชียนจ้านใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามระนาบเทวโลกเดินทางไปยังสาขาย่อยแห่งหนึ่งขององค์กรกะโหลกเลือด จากนั้นมันจะไปรับตัวหวังเชียนจ้านเข้าร่วมองค์กรกะโหลกเลือดด้วยตัวเอง
หวังเชียนจ้านก็ไม่รอช้าเร่งรุดเดินทางทันที
เหลิ่งเอี้ยก็ไม่ได้หลอกหวังเชียนจ้านแต่อย่างไร หลังรับตัวหวังเชียนจ้านและแนะนำอีกฝ่ายจนได้เข้าร่วมองค์กรกะโหลกเลือดด้วยตัวเองแล้ว มันก็ให้หวังเชียนจ้านเป็นพยานเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนยังไม่ตายทันที
และด้วการจัดแจงของเหลิ่งเอี้ย รวมถึงมีหวังเชียนจ้านอดีตอาวุโสใหญ่นิกายอมตะเป้าผู่ยืนยัน ในที่สุดองค์กรกะโหลกเลือดก็ยอมรับว่าต้วนหลิงเทียนยังมีชีวิตอยู่จริงๆ
จากนั้นภารกิจสังหารต้วนหลิงเทียนที่พึ่งจะถูกเพิกถอนเป็นการชั่วคราวได้ไม่ทันไร ก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง
“อะไรกัน?”