“ถึงแม้ข้าได้ยินมาว่าจักรพรรดิอมตะที่กลับชาติมาเกิดนั่นใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายส่งตัวพวกเจ้าไปที่ไหนสักแห่ง แต่ข้าคิดว่าคงส่งไปได้ไม่ไกลนัก…เช่นนั้นพวกเราจึงลองปูพรมค้นหาเจ้าดู”
“และในที่สุดวันนี้ข้าก็หาเจ้าเจอ!!”
เห็นได้ชัดว่าในสายตาของเหลิ่งเอี้ย ต้วนหลิงเทียนก็แค่คนกำลังจะตาย หาไม่แล้วมันคงไม่พูดมากแบบนี้!
หากว่านี่เป็นครั้งแรกที่มันเจอต้วนหลิงเทียนล่ะก็ มันคงไม่คิดพูดพร่ำทำเพลงอะไรมากมาย
เหตุผลก็เพราะ ครั้งสุดท้ายต้วนหลิงเทียนกลับหนีรอดไปได้ต่อหน้าต่อตามัน! ทำให้มันบังเกิดความรู้สึกอับอายขายหน้าเป็นที่สุด!!
เช่นนั้นมันจึงไม่คิดจะรีบฆ่าต้วนหลิงเทียนให้ตาย แต่จะทำให้ต้วนหลิงเทียนสิ้นหวังถึงขีดสุด หลังจากนั้นก็จะค่อยๆทรมานต้วนหลิงเทียนจนต้องร้องขอความตาย!
มีแต่กระทำเช่นนี้ จึงพอจะบรรเทาความเจ็บแค้นในใจของมันได้!
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
หลังได้ฟังคำพูดของเหลิ่งเอี้ย ต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจต้นสายปลายเหตุทันที จากนั้นก็หันไปมองนักฆ่ากะโหลกเลือดอีกคนข้างๆเหลิ่งเอี้ย “ว่าแต่…ผู้เฒ่าที่มาพร้อมกับเจ้า หรือจะเป็นนักฆ่าขอบเขตราชาอมตะ 9 ตำหนักเหมือนเจ้าด้วย?”
“โฮ่? เจ้าหนูผู้นี้ฉลาดไม่เบานี่ ถึงกับเดาด่านพลังข้าได้ออก…ต้วนหลิงเทียนถึงแม้วันนี้พวกเราจะพบกันครั้งแรก แต่ข้า…ไม่สิทั้งองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดเราก็ได้ยินความร้ายกาจของเจ้ามานานแล้ว นับว่าทำให้ข้าอดชื่นชมเจ้าไม่ได้จริงๆ”