าชิ้นหนึ่ง
เจียงผิงอันไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญ
ส่วนเหตุนี้แพร่ออกมาเพื่อการใด มีเพียงผู้ปล่อยข่าวลือเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด
“ศึกประชันเผ่ามารนับว่าจบแล้ว เจ้าไปพักเถอะ อย่าออกไปเสี่ยงข้างนอก ข้าจะคุ้มกันเจ้ากลับนิกายเอง”
จี้เฟยคว้าแขนเจียงผิงอัน ดึงตัวเขามากอดไว้แน่นหนึบ ก่อนจะพาทะยานจากไป
เจียงผิงอันหันกลับมาจ้องมองจิ้งจอกเก้าหางตนนี้ “ว่าเจตนามาเลยเถอะ”
อยู่ดี ๆ ก็มาทำดีด้วย ต้องมีเจตนาร้ายแอบแฝงอยู่แน่
“ข้าจะยังมีเจตนาอะไร? กลัวข้าทำร้ายเจ้าหรือ? มีคนมองอยู่เยอะเพียงนี้ หากข้าทำร้ายเจ้า ข้าก็มิอาจกินดีอยู่ดีได้เป็นแน่”
จี้เฟยดูไร้เดียงสา
นางลากเจียงผิงอันกลับนิกาย พามาที่ตำหนักเจ้านิกาย
เมื่อเขาตำหนักมา จี้เฟยก็กระโจนใส่เจียงผิงอัน เผยเขี้ยวคมและหูจิ้งจอก รวมถึงหางฟูฟ่องทั้งเก้าเบื้องหลังอันปกคลุมด้วยปราณมาร
“เจียงผิงอัน ส่งศาสตราเซียนมาเสีย หาไม่เจ้าต้องรับผลกรรมเองนะ!”
“อย่าสร้างเรื่องสิ ข้ายังต้องฝึกฝนนะ” เจียงผิงอันกล่าวเสียงเบา
อีกฝ่ายหามีจิตสังหารไม่ จงใจก่อกวนแท้ ๆ
จี้เฟยไหวไหล่เนียนขาว เผยอริมฝีปากแดงฉ ่า
“ก็ได้ เช่นนั้นข้าก็ไม่อ้อมค้อมแล้ว ข้าเห็นว่าเจ้าหล่อดีเลยอยากได้แหละ”
คิ้วหนาสีดำของเจียงผิงอันขมวดตัว
“เจ้าลืมข้อตกลงก่อนหน้านี้ของเราไปแล้วหรือ? ยังอยากได้ทรัพยากรเจ้านิกายอยู่หรือไม่?”
“เวลาเช่นนี้ข้าจะอยากได้ทรัพยากรบ้าบออะไร!”
จี้เฟยเลียริมฝีปากแดงอย่างกระหาย