ของเขาซีดขาว ร่างสิ้นจิตวิญญาณเช่นกาลก่อน
เห็นได้ชัดว่าเขาก็ทราบเรื่องของเจียงผิงอันแล้วเช่นกัน
เหลียงผิงกลัวว่าความไร้เทียมทานของบุตรตนจะถูกกระทบ จึงรีบปลอบใจ “ลูกพ่อ เจ้าอย่าคิดมากเลย”
“เจ้าแตกต่างจากเจียงผิงอัน เจ้ามีมรดกของมหาจักรพรรดิ ไม่ช้าก็เร็ว เจ้าก็จะบรรลุถึงจุดสูงสุด เจียงผิงอันนั่นสร้างขอบเขตของตัวเอง มิอาจไปไกลได้เลย เบิกสามขอบเขตได้ก็สุดสามารถแล้ว”
หากไม่พูดออกมาก็แล้วไป แต่พอพูดออกมา เหลียงเซียวหงก็ยิ่งรู้สึกอัดอั้นในใจ
สร้างขอบเขต เดินบนเส้นทางของตนเอง โลกนี้มีทำได้สักกี่คน?
นับแต่บรรพกาล มีเพียงสามเท่านั้น
มหาจักรพรรดิ ราชันศักดิ์สิทธิ์ นักพรตเสินซวี
ผู้ใดบ้างมิใช่ตัวตนผู้เลิศล ้าเจิดจรัสในหนึ่งยุคสมัย?
แม้เจียงผิงอันจะสร้างได้เพียงสามขอบเขต แต่จะมีสักกี่คนทำได้เช่นเขา?
ไม่เลย โลกนี้ไม่มีเรื่องเช่นนั้น
“ท่านพ่อ ข้าจะออกเดินทางตามรอยจักรพรรดิต่อไป”
เหลียงเซียวหงรู้ว่าหากสู้กับเจียงผิงอัน เขาไม่มีทางชนะแน่ จึงต้องขัดเกลาตัวเองอีกครั้ง
เหลียงผิงรำพึง “ข้าจะให้ผู้อาวุโสของสำนักไปคุ้มกันเจ้า…”
“อย่า! ครั้งนี้ข้าจะไปลำพัง”
เหลียงเซียวหงผู้มีสีหน้าเด็ดเดี่ยวหันกายจากอย่างอาจหาญ
หากเขามีผู้คุ้มกัน ต่อให้รอดชีวิต เขาก็จะต้องมาตายด้วยมือเจียงผิงอันอยู่ดี
สู้เขาไปตายบนเส้นทางแห่งจักรพรรดิ ก้าวข้ามตนเองสู่จุดอันสูงกว่า ก้าวข้ามเจียงผิงอันไปไม่ดีกว่าหรือ
เหลียงผิงมองตามแผ่นหลัง