“สมควรเป็นเช่นนั้น…หาไม่แล้วไฉนทุกคนที่มารวมตัวกันที่นี่ ล้วนแล้วแต่เป็นยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดอายุไม่ถึง 200 ปี? เห็นได้ชัดว่าแดนลับมรดกสถานที่ว่า ไม่เพียงแต่จะจำกัดด่านพลัง แต่ยังจำกัดอายุอีกด้วย”
ยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดจากชิงเฉวียนเทียนคนหนึ่งกล่าวเห็นด้วย
หลายคนยังเริ่มพูดคุยกันถึงประเด็นนี้ และยิ่งมายิ่งยืนยันกันได้แน่ชัด ว่าสมควรเป็นแบบนี้แน่นอน
“ต้วนหลิงเทียน ท่านรู้สึกไหม ว่าดูเหมือนเรื่องราวครั้งนี้อาจมิได้ง่ายดายอย่างที่ตาเห็น…”
ทันใดนั้นเองมีเสียงผ่านพลังฟังดูจริงจังหนึ่งส่งตรงถึงหูต้วนหลิงเทียน เป็นหลินเฟยหางที่ส่งเสียงมาถึงเขานั่นเอง “มีคนรวบรวมยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดเช่นพวกเรามามากมายแบบนี้…จุดประสงค์เพื่อให้ช่วยเหลือกันฝ่าฟันมรดกสถานขอจักรพรรดิอมตะแน่หรือ?”
“หากว่ามันต้องการหาคนช่วยฝ่าฟันมรดกสถานขอจักรพรรดิอมตะจริง แค่มิกี่สิบหรือหลักร้อยก็น่าจะเพียงพอ แต่ไฉนต้องลำบากรวบรวมคนมากมายจากทั้ง 5 ระนาบเทวโลกแบบนี้ด้วยเล่า?”
หลินเฟยหยางเอ่ยถามผ่านพลัง
เวลานี้หลินเฟยหยางก็ไม่ได้ระแวงสงสัยต้วนหลิงเทียนอีกต่อไป ว่าอาจจะเป็นคนที่รู้จักมันมาก่อน เพราะมันคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย และดูจากท่าทีเฉยๆของต้วนหลิงเทียนที่มีต่อมัน ก็เห็นได้ชัดว่าต้วนหลิงเทียนไม่ได้วางแผนคิดร้ายอะไรมันแน่นอน