“ในประวัติศาสตร์องค์กรกะโหลกเลือดเรา เคยมีเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้เกิดขึ้นด้วย? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผู้ค้ำประกันต้องเป็นคนรับผิดชอบยามภารกิจล้มเหลว?”
เสียงข้อความท้ายประโยคที่เฉินหลีส่งไป น้ำเสียงยังแฝงความเย้ยหยันไม่น้อย
“ถึงที่ท่านพูดมาจะไม่ผิด แต่นายน้อยหลี ท่านเองก็รู้ดี…เจ้าพวกนั้นมันก็เสมือนคิดหากระดูกในไข่ หมายสร้างปัญหาให้นายท่านมานานแล้ว”
“ยิ่งไปกว่านั้นท่านที่เป็นคนค้ำประกันภารกิจนี้ใช่คนธรรมดาที่ไหน…ท่านเองก็ควรทราบดีว่าหากมิใช่ท่านเป็นบุตรชายของนายท่าน ตัวท่านย่อมไม่มีสิทธิ์มีเสียงใดๆในองค์กรกะโหลกเลือดเลย ทั้งหมดเป็นเพราะทุกคนเห็นแก่หน้านายท่านทั้งสิ้น ถึงยอมหลับตาให้ท่านข้างหนึ่ง”
“แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เรื่องราวมันร้อนมาถึงหัวแล้ว…ข้าเกรงว่าต่อให้เป็นนายท่านเองก็ไม่พ้นต้องถูกท่านผู้นำตำหนิแน่”
“และท่านสมควรรู้ดีแก่ใจ ว่าต่อให้เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องเพียงใด บางทีก็อาจส่งผลกระทบกับการตัดสินใจเลือกตำแหน่งผู้นำคนใหม่ในภายภาคหน้าได้…ท่านก็มิใช่ไม่รู้ว่ารองผู้นำอีก 2 คนนั่น มันจ้องจะจับผิดนายท่านขนาดไหน”
ผู้อาวุโสของสาขาหลักส่งข้อความเสียงตอบกลับเฉินหลี
“พวกบัดซบน่าตายเอ๊ย…เอาล่ะๆ เดี๋ยวข้าจะหารือกับท่านพ่อเองว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง!”