“ขยันบ่มเพาะให้มาก เพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด…นอกจากนี้แม้เพลิงเทพโกลาหลจะเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่เจ้าไม่เพียงจุดเพลิงขึ้นมาเพื่อหลอมโอสถ เจ้ายังใช้เป็นสื่อเพิ่มเพิ่มความเร็วในการทำความเข้าใจความลึกซึ้งของกฏแห่งไฟได้อยู่…”
“ด้วยวิธีนี้ความเร็วในการทำความเข้าใจความลึกซึ้งของกฏแห่งไฟของเจ้า ก็จะยังก้าวหน้ารวดเร็วกว่าผู้อื่น…”
“แน่นอนว่าถึงจะเร็วขึ้นกว่าคนอื่นก็จริง แต่ก็ยังด้อยกว่ามีเพลิงเทพโกลาหลคอยชี้แนะมาก…”
“ทว่า…ตอนนี้ต่อให้เจ้าอยากได้รับคำชี้แนะจากเพลิงเทพโกลาหลมากแค่ไหน ข้าก็เกรงว่าเจ้าต้องรอจนกว่ามันจะตื่นขึ้นอีกครั้ง…”
เสียงปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ สุดท้ายพอกล่าวถึงจุดนี้ก็หยุดลงกะทันหัน จากนั้นก็เงียบหายไปเลย
‘ดูเหมือนหลังจากนี้คงต้องพึ่งตัวเองอย่างเดียวแล้ว…’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจ
“ต้วนหลิงเทียน!”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังจะเก็บสินสงครามจากนักฆ่ากะโหลกเลือดอีกครั้ง ก็พลันมีเสียงดังขึ้นจากด้านนอกหุบเขาเสียก่อน แถมเสียงดังกล่าวยังเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างมาก
ฟังแล้ว ต้นเสียงยังห่างจากหุบเขาอยู่พอสมควร…
“ประมุขรึ?”
อย่างไรก็ตามพอต้วนหลิงเทียนรู้สึกตัวและจดจำได้ว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร ก็ปรากฏร่างหนึ่งผุดโผล่ขึ้นในอากาศเบื้องหน้าเขาปานภูตผี
เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างปานกลางค่อนไปทางผอม มาในชุดนักพรตเต๋าเก่าๆ