จากนั้นเสียงตื่นตระหนกของเจิ้งหงอี้ก็ดังขึ้น “นี่…นี่เป็นลูกแก้ววิญญาณของนักฆ่าองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือด ที่ข้าใช้เป็นสื่อเพื่อติดต่อทางวิญญาณ”
“ตาย…มันตายแล้ว? ไฉนมันถึงตายได้เล่า!”
หวังหงมองจ้องซากลูกแก้ววิญญาณอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา “หรือต้วนหลิงเทียนนั่นมันติดต่อขอความช่วยเหลือจากอาจารย์เจ้า? และอาจารย์เจ้าก็ไม่ได้ใช้คนที่อยู่ในนิกายอมตะเป้าผู่ แต่เลือกจะติดต่ออาวุโสที่ไปทำงานนอกนิกายให้ไปช่วยต้วนหลิงเทียน?”
ตอนนี้หวังหงก็มีแต่เดาไปในทำนองนี้เท่านั้น
เพราะต่อให้หลับนางก็ไม่อาจฝันถึง ว่าต้วนหลิงเทียนจะเป็นคนลงมือสังหารนักฆ่าจากองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดด้วยตัวเอง!
“ข้าไม่รู้…”
เจิ้งหงงอี้ส่ายหัวไปมา สีหน้ามันมืดคล้ำดำลง ยากจะฟื้นสติอยู่นาน
“เจ้าไม่ลองติดต่อนายน้อยเฉินนั่นดูเล่า…นักฆ่าของพวกมันตายแบบนี้ พวกมันก็น่าจะรู้ได้ทันที นอกจากนั้นไม่แน่ก่อนที่นักฆ่านั่นจะตาย มันอาจจะส่งข้อความแจ้งสาเหตุการล้มเหลวกลับไป”
หวังหงที่สงบสติได้เร็วกว่า เร่งกล่าวเตือนเจิ้งหงอี้ออกมาทันที
พอได้ยิน เจิ้งหงอี้ก็เร่งหยิบลูกแก้ววิญญาณลูกหนึ่งออกมา จากนั้นก็ใช้ยันต์อมตะสื่อสารโดยใช้ลูกแก้ววิญญาณดังกล่าวเป็นสื่อทันที
เจ้าของลูกแก้ววิญญาณในมือ ก็คือเฉินหลี ลูกนอกสมรสของ 1 ใน 3 รองผู้นำองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือด