ในที่สุดเจิ้งหงอี้ก็คืนสติ มันพยักหน้าเบาๆกล่าวตอบเสียงหนัก “นายน้อยเฉินแค่บอกว่านักฆ่านั่นล้มเหลว…อย่างไรก็ตามทางองค์กรกะโหลกเลือดจะส่งนักฆ่าคนใหม่มาจนกว่าต้วนหลิงเทียนจะตาย!”
“ล้มเหลว!?”
หน้าหวังหงจมลงทันที “แล้วมันได้บอกหรือไม่ว่าล้มเหลวเพราะอันใด ใช่คนที่จัดการนักฆ่าขององค์กรกะโหลกเลือดเป็นอาวุโสของนิกายอมตะเป้าผู่เราไหม?”
“ที่เจ้าว่ามาข้าถามไปหมดแล้วแต่มันไม่ได้ตอบอะไร แค่บอกว่ากะโหลกเลือกจะดำเนินภารกิจต่อจนกว่าต้วนหลิงเทียนจะถูกฆ่าตายเท่านั้น”
เจิ้งหงอี้ตอบ
หลังกล่าวจบเจิ้งหงอี้ก็มองกล่าวกับหวังหงต่อว่า “เจ้าไม่ต้องห่วง…นักฆ่าขององค์กรกะโหลกเลือดต่อให้ต้องตายก็ไม่มีทางขายข้ากับเจ้าออกไปแน่นอน”
“เรื่องนี้ข้าย่อมเชื่อ ด้วยชื่อเสียงขององค์กรกะโหลกเลือดไม่มีทางเปิดเผยข้อมูลพวกเราแน่”
หลังหวังหงกล่าวจบคำ นางก็หยีตามองเจิ้งหงอี้พลางกล่าวต่อเสียงเข้ม “เจิ้งหงอี้ เท่าที่ข้ารู้มา องค์กรกะโหลกเลือดมีกฏอยู่ข้อหนึ่ง…”
“หากการลงมือครั้งแรกพลาด ไม่เพียงพวกมันจะส่งนักฆ่ามาดำเนินภารกิจต่อจนจบ…แต่ค่าจ้างที่ต้องจ่ายยังลดลงครึ่งนึงด้วยใช่ไหม?”
กล่าวจบคำ หวังหงก็มองจ้องเจิ้งหงอี้ตาเขม็ง
ได้ยินคำถามของหวังหง เจิ้งหงอี้ก็ลอบกระอักเลือดในใจเพราะสุดท้ายมันก็ต้องจ่ายอยู่ดี หลังจากลอบระบายลมหายใจอย่างลับๆ มันก็สะบัดมือเรียกเกราะอมตะระดับราชาทั่วไปออกมาส่งให้หวังหง 2 ชิ้น