หวังหงก็รับมาด้วยความพึงพอใจ
“หวังหง…นายน้อยเฉินบอกว่า นักฆ่าที่จะมาลงมือต่อ ยังอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากพวกเรา”
“หากเจ้าไม่คิดมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้อีกต่อไป เจ้าคืนเกราะอมตะ 2 ชิ้นนั่นมาให้ข้าก็ได้ แล้วข้าจะจัดการเรื่องหลังจากนี้ต่อเอง”
เจิ้งหงอี้ย่อมไม่อยากเสียเกราะอมตะระดับราชา 2 ชิ้นไป จึงพยามจะเอามันกลับ
“เหลวไหล!”
อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าวของเจิ้งหงอี้ ก็ถูกหวังหงกล่าวเย้ยกลับมาทันที “เจิ้งหงอี้ องค์กรกะโหลกเลือดอย่างไรก็ไม่มีทางทรยศข้า และเจ้าก็ไม่อาจทรยศข้าได้…แล้วไฉนเจ้าถึงคิดว่าจะมีเจ้าคนเดียวที่จะร่วมมือกับนักฆ่าเพื่อจัดการต้วนหลิงเทียนต่อเล่า?”
ขณะกล่าวหวังหงก็สะบัดมือเก็บเกราะอมตะระดับราชาทั้ง 2 ชิ้นลงแหวน
“หวังหง หากข้าจำไม่ผิด…”
ทันใดนั้นเอง คล้ายเจิ้งหงอี้นึกอะไรได้ออก สีหน้ามันเปลี่ยนไปทันที “เกราะอมตะระดับราชาที่ผ่านการขัดเกลาจากจอมราชันอมตะที่เจ้าจ่ายเป็นค่ามัดจำให้นักฆ่ากะโหลกเลือดนั่น…ใช่เกราะตัวที่อาวุโสใหญ่ได้มาจากคฤหาสน์เฉวียนโยวรึเปล่า?”
“ใช่ ทำไมหรือ?”
หวังหงมองเจิ้งหงอี้ด้วยสายตาว่างเปล่า ด้วยไม่เข้าใจว่าไฉนอยู่ดีๆเจิ้งหงอี้ถึงถามเรื่องนี้ออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด