“ก็ในเมื่อนักฆ่านั่นมันถูกฆ่าตาย เช่นนั้นสิบในสิบไม่พ้นคนที่ฆ่ามันก็ต้องงเอาแหวนมันไปด้วย…หากคนที่ลงมือฆ่ามันและได้แหวนไปเป็นอาวุโสของนิกายอมตะเป้าผู่เรา หลังเจอเกราะนั่นในแหวนนักฆ่า ยังจะจำไม่ได้อีกเหรอว่าเป็นเกราะที่อาวุโสใหญ่ได้มาจากคฤหาสน์เฉวียนโยว?”
เจิ้งหงอี้มองหวังหงด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกล่าวออกเสียงหนัก
พอได้ยินวาจาถามไถ่ประโยคนี้ของเจิ้งหงอี้ สีหน้าหวังหงก็เปลี่ยนไปทันใด ด้วยนางตระหนักได้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์แล้ว!
เกราะอมตะที่ผ่านการขัดเกลาหล่อเลี้ยงจากจอมราชันอมตะที่นางให้นักฆ่านั่นไปเป็นค่ามัดจำ เป็นปู่นางได้มากจากคฤหาสน์เฉวียนโยวและให้นางอีกที ซึ่งเกราะอมตะระดับราชาที่คล้ายเถาวัลย์แก้วนั่น…มีอาวุโสแทบทุกคนในนิกายที่รู้ว่าเป็นของปู่นาง!
“หวังหง ข้าว่าเรื่องนี้เจ้ารีบไปหารือกับปู่เจ้าเถอะ…หากเรื่องมันแดงขึ้นมาจริงๆ ถ้าไม่มีปู่เจ้าคอยช่วยแก้ต่างอีกคน ข้าเกรงว่าเจ้าจะรอดตัวได้ยาก”
เจิ้งหงอี้กล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงแตกตื่น
เพราะหากหวังหงไม่อาจรอดพ้นเรื่องนี้ ด้วยนิสัยของหวังหง ไม่พ้นต้องซัดทอดมันแน่นอน!
และนั่นเป็นอะไรที่มันไม่อยากจะเห็น!
“ข้าจะรีบไปหาท่านปู่!”
และแทบจะพร้อมกันกับที่เจิ้งหงอี้กล่าวจบคำ หวังหงก็ลุกพรวดขึ้นมา จากนั้นก็เร่งเหินร่างไปหาปู่นาง อาวุโสใหญ่ของนิกายอมตะเป้าผู่ทันที