ผู้ที่รับผิดชอบเฝ้าชั้นบนสุดเป็นชายชราแก่หง่อมเส้นผมขนคิ้วขาวโพลน ใบหน้าเหี่ยวย่นเผยให้รู้ว่าผ่านวันเวลามามากแล้ว
“ผู้อาวุโส”
ถึงแม้จะไม่ทราบฐานะและตัวตนของอีกฝ่าย แต่ต้วนหลิงเทียนก็ป้องมือประสานคารวะทักทายออกไปอย่างสุภาพ
“ประเสริฐ! ไม่เพียงมากพรสวรรค์และประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังเยาว์ เจ้ายังนิสัยดีมีมารยาท…คนหนุ่มเช่นเจ้านับว่าหาได้ยากแล้วในยุคสมัยที่ผู้คนต่างก็ถือดีกันเช่นนี้”
ใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชราคลี่ยิ้มสดใส แต่แลแล้วช่างขัดลูกตาผู้คนปานร่ำไห้
หลังยิ้มร่าเอ่ยชม ชายชราก็เอ่ยถามต้วนหลิงเทียนอย่างตรงไปตรงมา “เจ้ามานี่…คิดหาวรยุทธ์อมตะ เวทย์พลังระดับราชา หรือเคล็ดอมตะไปบ่มเพาะกันเล่า?”
“เรียนอาวุโส…ข้ามาที่นี่เพราะคิดหาวรยุทธ์อมตะกับเวทย์พลังไปฝึกปรือ”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“เอาล่ะ”
ชายชราพยักหน้ารั ค่อยยถามเพิ่ม “ว่าแต่ เจ้าสนใจวรยุทธ์อมตะกับเวทย์พลังแบบใด?”
“วรยุทธ์อมตะกับเวทย์พลังแบบใดหรือ?”
ต้วนหลิงเทียยนสงสัยเล็กน้อย ด้วไม่คำว่า ‘แบบใด’ ที่ชายชราเอ่ยถามคืออะไร
“ก็…วรยุทธ์อมตะกับเวทย์พลังที่เจ้าต้องการน่ะ เจ้าต้องการให้มันแฝงกฏอันใดไว้”
ชายชรากล่าวเสริม
“ข้าเอาทั้งหมดเลยไม่ได้รึ?”
ต้วนหลิงเทียนถามตาปริบๆ