บนแท่นบูชา รูปปั้นดังกล่าวยังคงยืนตระหง่านประหนึ่งมีชีวิต หากแต่สองตากับกระบี่ที่ชูได้สิ้นประกายไปแล้ว
“ไปกันเถอะ”
จากนั้นซุนเหลียงเผิงก็เริ่มพาต้วนหลิงเทียนกลัทางเดิม
‘คลังสมบัติของนิกายอมตะเป้าผู่อาจไม่ได้ตั้งอยู่ที่นี่…และขนาดต้องใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลแบบนี้ ไม่แน่ว่ามันอาจจะถูกซ่อนไว้ในที่ลับอันห่างไกลจากนิกายอมตะเป้าผู่นับพันหมื่นลี้’
ในระหว่างเดินทางกลับ ต้วนหลิงเทียนก็ลอบคาดเดาในใจ
ถึงแม้เขาจะไปเยือนคลังสมบติของนิกายอมตะเป้าผู่มาแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจระบุสถานที่ตั้งของมันได้เลย
เขาเชื่อว่าเผลอๆประมุขนิกาอมตะเป้าผู่อย่างซุนเหลียงเผิง ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคลังสมบัติของนิกายอมตะเป้าผู่ตั้งอยู่ที่ไหน
“ประมุขนิกาย ท่านทราบสถานที่ตั้งเฉพาะของคลังสมบัติหรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
ได้ยินคำถามดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน ร่างซุนเหลียงเผิงก็ชะงักเล็กน้อย ค่อยเดินต่อพลางถาม “เจ้าถามทำไมหรือ?”
“ในเมื่อท่านจำเป็นต้องไปยังคลังสมบัติผ่านอาคมเคลื่อนย้ายทางไกล นั่นหมายความว่าคลังสมบัติไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่…อันที่จริงแล้วแท่นบูชากับช่องทางที่เราเดินผ่านมา ก็เสมือนเป็นการป้องกันด่านแรกเท่านั้นใช่ไหม?”