นมาเอง! รอจบศึกก่อนเถอะ เหลาจื่อจะมาคิดบัญชีกับเจ้าอีกที!”
เหลยจั้งเดินออกไปอย่างเดือดดาล พร้อมไปสนับสนุนทัพหน้า
เหลยจั้งเดาได้ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อกลัวเหลียงเซียวหงจะตายในการดวล จึงจงใจก่อสงครามที่สมรภูมิจักรวาล
แต่การคาดเดานี้ก็บ้าระห ่าเกินไป และเหลยจั้งก็ไม่เต็มใจแม้แต่จะคาดเดาถึงอีกฝ่ายอย่างร้ายกาจเพียงนั้น
ทั่วทั้งแดนบูรพาจมลงสู่ศึกใหญ่หลวง ไม่มีทางนับจำนวนผู้ตกตายได้ถ้วนทั่ว
เหลียงผิงเอ่ยเนิบ ๆ “ให้เจียงผิงอันนั่นเตรียมตัวด้วยล่ะ เหลือเวลาก่อนนัดหมายเดือนเดียวเองนี่”
“เขาสละสิทธิ์”
เหลยจั้งจากจร
มุมปากเหลียงผิงยกยิ้ม เป็นไปตามคาด เจียงผิงอันจะไม่มาตามนัด
ไม่นานนัก แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อก็ปล่อยข่าวว่าเจียงผิงอันหนีโดยไม่สู้
“มารดามัน เหลาจื่ออุตส่าห์ถ่อมาเป็นพยานศึกที่นี่ แต่ปรากฏว่าเจียงผิงอันหนีเสียได้!”
“เจียงผิงอันคนตาขาว! สวะแท้! แบบนี้ยังคิดจะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในโลกหล้า? ไสหัวไปให้พ้น!”
“ปากบอกจะสู้กันจนตายไปข้าง แต่ดันหนีเสียเอง โลกหน้ามีผู้น่ารังเกียจเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ?”
ข่าวการจากจรโดยไม่สู้ของเจียงผิงอันสร้างความไม่พอใจและเสียงด่าทอจากผู้ฝึกตนมากมาย
พวกเขาหลากหลั่งจากทั่วทิศเพื่อเป็นพยานศึก มิคิดว่าจะพบเหตุการณ์เช่นนี้
เหลียงเซียวหงย่อมได้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของยุคสมัยนี้นามของเขาขจรทั่วเผ่ามนุษย์ เกียรติยศของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อเพิ่มระดับ
ผู้ฝึกต