“เหอะ! เจ้าอย่าได้คิดกล่าวเปลี่ยนเรื่องเสียให้ยาก”
เมื่อโดนเชวียหมิงไฉกล่าวจี้ใจดำ หน้าหูหลินอี้ก็จมลงทันที “ในเมื่อเจ้าแพ้ก็คือแพ้ แล้วไหนเล่าของเดิมพัน?”
“ก็แค่อุปกรณ์อมตะระดับราชาชิ้นหนึ่ง อยากได้ก็เอาไปสิ”
เชวียหมิงไฉยังคงตอบด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่อีนังขังขอบ โบกมือเบาๆ ก็ปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งผุดจากความว่างโยนส่งไปให้หูหลินอี้ราวขยะชิ้นหนึ่ง
อย่างไรก็ตามกระบี่เล่มดังกล่าว ยังเป็นกระบี่อมตะระดับราชา!
“ต้วนหลิงเทียน”
หลังโยนกระบี่อมตะระดับราชาไปให้หูหลินอี้แล้ว เชวียหมิงไฉก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนพลางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส “หากท่านสนใจคิดจะเข้าร่วมแดนสวรรค์ใต้โบราณในนามของประเทศหนันฉี่เรา…ข้าจักมอบอาภรณ์แสงทองอมตะให้ท่าน”
ทันทีที่วาจาดังกล่าวดังออกมาจากปากเชวียหมิงไฉ ผู้คนก็ตกอยู่ในความแตกตื่นทันที
“เชวียหมิงไฉ ช่างมือเติบอะไรจะขนาดนี้!”
“ให้ตายเถอะอาภรณ์แสงทองอมตะนั่น นับเป็นอุปกรณ์อมตะประเภทชุดเกราะชิ้นเดียวที่ตระกูลราชวงศ์ประเทศหนันฉี่ครอบครองอยู่ด้วยซ้ำ…อีกทั้งราคาอุปกรณ์อมตะระดับราชาประเภทชุดเกราะแบบนี้ อย่างต่ำๆก็ต้องมีล้านผลึกอมตะระดับสูง นับว่าแพงกว่าอุปกรณ์อมตะระดับราชาทั่วๆไปนับสิบเท่า!”
“ดูเหมือนเชวียหมิงไฉจะประเมินต้วนหลิงเทียนไว้สูงลิบทีเดียว”