“ทำอย่างไรได้เล่า ด้วยพลังฝีมือที่ต้วนหลิงเทียนพึ่งเผยออกมา เรื่องจะรอดกลับมาจากแดนสวรรค์ใต้โบราณนับว่าง่ายดายอย่างยิ่ง…อีกทั้งหากทำผลงานได้ดีจนติดอยู่ใน 30 อันดับแรกล่ะก็ ผลประโยชน์ที่ฮ่องเต้เชวียจะได้รับนั้น น่ากลัวจะไม่ได้ด้อยไปกว่าอุปกรณ์อมตะระดับราชาประเภทชุดเกราะเลย…”
“ในสายตาข้า มองจากความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนเมื่อครู่ เรื่องจะติดอยู่ใน 10 อันดับแรก ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“ใช่ หากต้วนหลิงเทียนสามารถติดอยู่ใน 10 อันดับแรกได้จริง ผลประโยชน์ที่ฮ่องเต้เชวียจะได้รับ เกรงว่าคงมหาศาลกว่าอุปกรณ์อมตะระดับราชาประเภทชุดเกราะนั่นหลายเท่า!”
…
เมื่อเห็นว่าเชวียหมิงไฉคิดขุดกำแพงประเทศฝูชิว และใช้อุปกรณ์อมตะระดับราชาประเภทชุดเกราะอย่าง อาภรณ์แสงทองอมตะ ดั่งยื่นกิ่งมะกอกให้ต้วนหลิงเทียน ผู้ที่มุงชมโดยรอบก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนเป็นสายตาเดียวกัน
จังหวะนี้กระทั่งเชวียจิงอวี่ที่กลับมายืนข้างเชวียหมิงไฉ ผู้ถือครองอาภรณ์แสงทองอมตะในปัจจุบัน ก็ไม่ได้เผยท่าทีไม่พอใจอะไรออกมาทั้งสิ้น
และราวกับจะสนับสนุนคำพูดของเชวียหมิงไฉ เชวียจิงอวี่ถึงกับถอดอาภรณ์แสงทองอมตะออกมาจากร่างกายทันที
“เจ้า…”
ใบหน้าหูหลินอี้เปลี่ยนเป็นอัปลักษณ์ปั้นยากนัก
มันไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ว่าเชวียหมิงไฉจะหน้าด้านทั้งไร้ยางอายขนาดนี้ อีกฝ่ายถึงกับกล้าขุดกำแพงประเทศฝูชิวต่อหน้าต่อตามันและผู้คนมากมายจริงๆ!