พอได้ฟัง ลูกตาของเหอเฟิงก็หดเล็กลงทันใด “ฝ่าบาท หรือท่านจะบอกว่า…หลังต้วนหลิงเทียนมีส่วนช่วยให้เผ่าพยัคฆ์เหินได้รับกระบี่อมตะจอมราชันจากหินดิบนั่น เผ่าพยัคฆ์เหินจึงส่งปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับราชามาช่วยต้วนหลิงเทียนหลอมโอสถเฉียนจินโดยเฉพาะ?”
“อืม นอกเหนือจากสาเหตุนี้ ตัวข้ามิอาจมองเห็นหนทางอื่นใดได้แล้วจริงๆ”
ฮ่องเต้ตันจี้กล่าว
และในขณะที่ฮ่อเต้ตันจี้กล่าวข้อสันนิษฐานนี้ให้เหอเฟิงฟัง ตัวมันเองยังเริ่มรู้สึกเชื่อมั่นว่าข้อสันนิษฐานของมัน ว่ามีความเป็นไปได้สูงสุด และไม่น่าจะมีความผิดพลาดใดๆ!
วันเวลาเพียง 10 วันสำหรับเซียนอมตะในระนาบเทวโลกที่มีอายุขัยไร้จำกัดแล้ว เสมือนห้วงเวลาชั่วพริบตาหนึ่งเท่านั้น
สิบวันต่อมา
ต้วนหลิงเทียนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง อยู่ๆก็เบิกตาโพลง มุมปากเริ่มยกยิ้มสดใสร่าเริงออกมา
“ยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุด…ในที่สุดข้าก็ทะลวงมาถึง!”
ตอนนี้ทั่วร่างต้วนหลิงเทียนได้แผ่กลิ่นอายพลังที่แตกต่างออกไปจากเดิมออกมาอย่างสิ้นเชิง และเพียงหนึ่งห้วงคิดพลังขุมหนึ่งก็ปะทุขึ้นมาลุกโชนระอุไปทั่วร่าง แผ่ซ่านคลื่นพลังไร้สภาพที่แตกต่างจากเมื่อสิบวันก่อนออกมากดดันในบรรยากาศ!
ไฉนเป็นเช่นนี้ เนื่องเพราะต้วนหลิงเทียนสามารถบรรลุถึงยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดได้อย่างราบรื่น! กลายเป็นยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดอย่างเป็นทางการ!!
“พลังของโอสถเฉียนจินช่างร้ายกาจจริงๆ!”