ดวงตาของซือถูหลิงเฟิงรับรู้ถึงกฎเกณฑ์ในฟ้าดินได้ จึงประจักษ์ชัดว่าปราณวิญญาณในตัวเจียงผิงอันถูกใช้ไปแล้วเพียงไร
วิชาหมัดของเจียงผิงอันแข็งแกร่งอัศจรรย์ยิ่ง แต่ก็ยังห่างชั้นจากหมัดจักรพรรดิ และสิ้นเปลืองพลังมหาศาล
ขอเพียงรับวิชาหมัดนี้ไว้ได้ ผู้ชนะสุดท้ายก็ย่อมเป็นซือถูหลิงเฟิง
มุมปากซือถูหลิงเฟิงยกยิ้ม เขาเห็นทุกสิ่งแล้ว
พลังในกายถูกโคจร บาดแผลบนตัวเยียวยาทันที
ซือถูหลิงเฟิงเคลื่อนผ่านมิติมาอยู่เบื้องหลังเจียงผิงอัน ใช้วิชาลับจู่โจม
เจียงผิงอันใช้หมัดทำลายล้าง หันกลับไปโต้ตอบ
ซือถูหลิงเฟิงมิกล้าปะทะตรง ๆ เขาจึงทำได้เพียงใช้วิธีเมื่อครู่ตั้งรับ
เบื้องหลังรอยแยกมิติ หนุนเสริมด้วยพลังโกลาหลและกลืนกิน
เปรี้ยง!
ซือถูหลิงเฟิงถูกผลักกระเด็นอีกครั้ง ปากกระอักเลือด แต่ก็มิได้บาดเจ็บร้ายแรงถึงชีวิต
“เจียงผิงอันแพ้แล้ว”
ยอดฝีมือจากเผ่ากายาคลั่งเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“การโจมตีของเจียงผิงอันแข็งแกร่งมาก และมีการกักเก็บปราณวิญญาณมากมาย แต่ความเร็วการเติมปราณยังช้ากว่าซือถูหลิงเฟิง”
“หากเจียงผิงอันมิได้ถูกปล้นพลังกลืนกินไป บางทีอาจยังมีโอกาส ทว่ายามนี้…”
ไร้ผู้ใดที่นี่โต้แย้ง ต่างฝ่ายล้วนเห็นด้วยกับคำแถลงนี้
เหลยจั้งกล่าวเสียงเรียบ “พ่ายก็คือพ่าย มันก็แค่การต่อสู้ครั้งหนึ่ง”
มิอาจเอาชนะร่างโกลาหลได้เป็นเรื่องธรรมดา มิใช่เรื่องน่าอายอะไร
ร่างโกลาหลแต่ละรุ่นล้วนไร้เทียมทานในหนึ่งยุคสมัย ทะยานสูงบรรลุเซียนกั