“จะอย่างไรก็แล้วแต่ อาไป๋…”
ทันใดนั้นคล้ายฉุกคิดอะไรขึ้นได้ หวงเจียหลงก็หันไปมองกล่าวกับไป๋กังออกมาตามตรง “กระบี่อมตะจอมราชันเล่มนี้ กล่าวไปแล้ว นับว่าเป็นผลงานของน้องต้วนเสียส่วนใหญ่…”
“หากไม่ใช่เพราะได้คำชี้แนะของน้องต้วน ข้าคงไม่มีทางซื้อหินดิบรูปทรงกระบี่ที่เหลือเหล่านั้นมาแน่ และไม่มีทางได้รับกระบี่อมตะจอมราชันมาแบบนี้ได้เลย”
“เช่นนั้นนข้าหวังว่าอาไป๋จะตระหนักได้ถึงจุดนี้ และกล่าวรายงานเรื่องราวออกไปตามความเป็นจริง”
กล่าวถึงท้ายประโยคสีหน้าหวงเจียหลงก็แลดูจริงจังนัก
“พี่เจียหลง ท่านไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก…”
ต้วนหลิงเทียนที่ยืนอยู่ข้างๆทั้งคู่ หลังได้ฟังบทสนทนาเขาก็รู้ดีว่าทั้งคู่กำลังคิดจะทำอะไรกันอยู่
อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดเลยว่าหวงเจียหลงเลือกจะส่งความดีความชอบเรื่องกระบี่อมตะจอมราชันเล่มนี้มาให้เขา
สิ่งนี้หมายความว่าอะไรเขารู้ดี
นั่นหมายความว่าไม่พ้นหวงเจียหลงต้องคิดแบ่งรางวัลครึ่งหนึ่งที่สมควรจะได้รับจากตระกูลพยัคฆ์เหินให้เขา!
เมื่อต้วนหลิงเทียนตระหนักเรื่องราวเหลานี้ได้ เขาก็เร่งกล่าวบอกปัดความหวังดีนี้ของหวงเจียหลงทันที “พี่เจียหลง ผลึกอมตะที่ใช้ซื้อมันมาล้วนเป็นของท่าน เช่นนั้นกระบี่อมตะจอมราชันเล่มนี้ ท่านก็คือเจ้าของที่แท้จริง”
“น้องต้วนท่านอย่าได้กล่าวอีกเลย ข้าตัดสินใจแล้ว”