้าตัด ไม่ขัดขืนเลยเอ้า!”
“เราจะตั้งค่าหัวเจ้า จะชิงพรสวรรค์เจ้า แล้วเจ้าจะทำอะไรเราได้?”
ผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนอยากยั่วยุให้เจียงผิงอันโจมตีค่ายกล
“อย่าวู่วามเชียว!”
เหลยจั้งรีบเตือน “หากเจ้าโจมตีค่ายกลนั่น เจ้าจะถูกค่ายกลตอบโต้นะ”
เจียงผิงอันกล่าวเบา ๆ “ข้าเป็นพวกวู่วามหรือ?”
“เจ้ามิใช่หรือ?”
ทุกผู้มองเจียงผิงอันด้วยสายตาพิกล
บุกสู่หทัยแผ่นดิน ท้าทายตระกูลฉางซุนผู้นำหอตำราเทียนเต้าห้าคนสิบคนในคราวเดียว นี่ไม่เรียกวู่วามหรือ?
เจียงผิงอันมิได้อธิบายมากนัก ก่อนจะยิ้มเย้ยพวกที่ท้าทายล้อเลียนเขา
“พวกเจ้าว่า มีโอกาสที่ข้าจะฆ่าพวกเจ้าได้โดยไม่ต้องเข้าไปเองหรือไม่?”
ผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนหัวเราะร่า “จะใช้พลังวิญญาณ? เปล่าประโยชน์ ค่ายกลนี้หยุดพลังวิญญาณได้”
“แล้ววิญญาณร้ายล่ะ?”
ไม่ทันสิ้นเสียงเจียงผิงอัน เสียงระเบิดชวนสะพรึงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นบนภูเขาจักรพรรดิ
ปวงชนร่างสะท้าน หันไปมองตาม ๆ กัน
แสงสว่างเรืองรองสายหนึ่งปะทุจากบนภูเขาจักรพรรดิ แผ่รัศมีหลายสิบลี้
สีหน้าของผู้ฝึกตนในตระกูลฉางซุนแปรเปลี่ยน
“นั่นมันสุสานตระกูลฉางซุนของเรานี่ ทำไมมันระเบิดได้ล่ะ!”
“หรือจะเป็นฝีมือเจียงผิงอัน?”
“ไม่มีทาง เขาจะเข้ามาได้อย่างไร รีบไปตรวจสอบเร็วเข้า!”
โครงกระดูกวิญญาณร้ายตนหนึ่งเหินมาจากแสนไกล หยุดลงหมุนควงอย่างบ้าคลั่งตรงหน้าฉางซุนผิงเจิ้น
เจียงผิงอันปรบมือชื่นชม “แข็งแกร่งสมเป็นบรรพชนตระกูลฉางซุน ถึงกับ