ท้ ๆ กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติอย่างเขายังมิอาจย่องเข้ามาได้เงียบ ๆ
แต่เจียงผิงอันกลับทำได้
คนอื่น ๆ เองก็สงสัยยิ่งนัก
แต่เห็นได้ชัดว่าเจียงผิงอันไม่บอกพวกเขาแน่ ๆ
ในการต่อสู้เมื่อครู่ วิญญาณเทวะวิญญาณร้ายของเจียงผิงอันมิได้ปรากฏตัว เขาย่องเข้าไปแปะยันต์วางยาพิษ
หากตระกูลฉางซุนดำเนินค่ายกลเต็มที่ พวกเขาคงหยุดวิญญาณร้ายนี้ไว้ได้
ปัญหาอยู่ตรงที่ การเปิดค่ายกลเต็มกำลังจะสิ้นเปลืองทรัพยากรมหาศาล
การจัดการกับผู้ฝึกตนระดับเจียงผิงอัน แน่นอนว่าไร้จำเป็นให้ดำเนินค่ายกลสุดกำลัง
สิ่งนี้มอบโอกาสให้วิญญาณเทวะวิญญาณร้ายเข้าไปอาละวาดได้
“ข้าจะจัดการกับเขาเอง!”
ขณะที่ฉางซุนผิงเจิ้นไม่รู้จะจัดการกับเจียงผิงอันเช่นไร หนึ่งเสียงเข้มขรึมก็ดังขึ้น
ทุกผู้หันมองตาม แล้วก็พบซือถูหลิงเฟิงผู้มีผมสีทอง เรืองรองรัศมีเจ็ดสีรอบกายปรากฏตัวขึ้น
ขณะนี้ หัวใจของซือถูหลิงเฟิงอัดแน่นด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะอัดอั้น
ก่อนหน้านี้เขาปราชัยแก่เหลียงเซียวหง เสียสถานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งไป ทำให้เขาเสียหน้าอยู่แล้ว
ยามนี้เขาต้องรักษาหน้า
และการเอาชนะเจียงผิงอันจะมิเพียงกู้หน้าคืนมาได้ ยังจะได้ระบายความอัดอั้นในใจด้วย
เมื่อเห็นซือถูหลิงเฟิงปรากฏตัว ผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนทั้งหลายก็ตื่นเต้นกันทันที
“ใต้เท้าซือถู ท่านต้องฆ่าสารเลวเจียงผิงอันนี่ให้ได้นะ!”
“สวนโอสถถูกทำลาย สุสานบรรพชนถูกระเบิด ผู้ฝึกตนมากมายของเราตกตาย เป็นความแค้นอ