อันเป็นรากฐาน วางยาพิษในบ่อน ้าวิญญาณของอีกฝ่าย…
หลังจากเหตุการณ์วันนี้ ให้เวลาเป็นพัน ๆ ปี ตระกูลฉางซุนก็อาจมิฟื้นคืนก็เป็นได้
ยอดฝีมือมากมายลอบระแวงอยู่ในใจ ภายหน้าจะต้องไม่พยายามล่วงเกินคนผู้นี้ เพราะการล้างแค้นของเขาสาหัสเกินไปนัก
เจียงผิงอันเลียนแบบท่าทีของประมุขหอตำราเทียนเต้าเจิ้งหมิงสวิน กล่าวขึ้นว่า “เอาละ ข้าระบายเสร็จแล้ว ความขัดแย้งระหว่างเราจบเพียงเท่านี้ได้”
ฉางซุนผิงเจิ้นเดือดดาลจนร่างสั่นเทิ้มเกินควบคุม ดวงตาของเขาแดงฉาน ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
“เจียง ผิง อัน!”
ทุกวาจาจากปากฉางซุนผิงเจิ้นดูจะมีความแค้นเคืองไร้สิ้นสุด
หากไม่มีผู้ใดหยุดเขา เขาคงฉีกเจียงผิงอันเป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว
เจียงผิงอันยิ้มเย้ย “อึดอัดใจ? เจ็บใจหรือไม่? มีก็แต่ยามมีดดาบบาดถึงตัว พวกเจ้าจึงได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดกัน”
“แต่ข้ารู้ พวกเจ้าไม่คิดกันหรอกว่าตัวเองทำอะไรผิด หาเสียใจกับสิ่งที่พวกเจ้าทำกับข้าไม่ พวกเจ้าก็แค่เสียดายที่ไม่รีบกำจัดข้าให้เร็วที่สุดเท่านั้น”
“แต่ยามนี้พวกเจ้าทำอะไรข้าได้? ผู้ฝึกตนร่วมขอบเขตทำอะไรข้าไม่ได้ ยอดฝีมือก็เล่นงานข้าไม่ได้”
“รู้สึกไร้กำลัง? โกรธกันหรือไม่?”
ยามนี้ เจียงผิงอันอยากให้พวกเขาประสบความรู้สึกที่ตนเคยแบกรับอยู่
ไร้กำลัง โทสะเดือนแค้น
สุญตารอบกายฉางซุนผิงเจิ้นถูกปราณทรงพลังจากตัวเขาบดขยี้เป็นริ้วเสี่ยง
ฉางซุนผิงเจิ้นงุนงงยิ่งนัก เจียงผิงอันทำได้เช่นไร ค่ายกลก็เปิดอยู่แ