อย่างไรก็ตามหลังจากที่สนมหลันนำศพของหลี่เวยจากไปแล้ว ฮ่องเต้ฝูชิวที่นั่งเงียบอยู่บนบัลลังก์มังกรสักพัก อยู่ๆก็เอ่ยคำออกมาเสียงเรียบ
“เฮยเฟิง”
ขณะเอ่ยคำเสียงเรียบฮ่องเต้ฝูชิวยังมองไปยังโถงพระราชวังด้านล่างที่ว่างเปล่า ทำราวกับตรงนั้นมีใครอยู่
“ฝ่าบาท”
ท่าแทบจะทันทีที่หูหลินอี้กล่าวจบคำ ร่างๆหนึ่งที่ทำราวกับจะผุดออกมาจากความว่างเปล่า ก็ปรากฏขึ้นในโถง ถวายบังคมหูหลินอี้ด้วยท่าทีเคารพ
เป็นชายหนุ่มผู้หนึ่งมาในชุดสีดำสนิท สีหน้าช่างเยียบเย็นแววตาแลดูว่างเปล่าคล้ายคนไร้วิญญาณ
“หลังจากสนมหลันฝังศพพี่ใหญ่ของนางแล้ว…เจ้าก็ส่งนางไปตามทางเถอะ”
กล่าวจบหูหลินอี้สูดหายใจเข้าลึกๆพลางระบายออกมายืดยาว คล้ายมันพึ่งได้ตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ไป
“ฝ่าบาท…พระองค์…”
ชายหนุ่มใบหน้าเย็นชาสายตาว่างเปล่า บัดนี้ในลูกตาว่างเปล่านั่นกลับฉายสีสันขึ้นมาเล็กน้อย
“สนมหลันไหนเลยจะเป็นคนที่ยอมให้เรื่องราวมันจบลงง่ายๆเช่นนี้…หากที่ตายเป็นแค่หลานชายนาง ตัวนางย่อมไม่คิดวุ่นวายอันใดอีก ทว่านี่เป็นพี่ใหญ่ที่เลี้ยงดูส่งเสริมนางจนมีวันนี้ได้ เช่นนั้นแม้เมื่อครู่พวกเราอาจเห็นว่าคล้ายนางคิดจะปล่อยให้เรื่องมันจบลงเพียงเท่านี้ แต่เชื่อข้าเถอะ อย่างดีนางก็อาจจะอยู่เงียบๆสักพัก ทว่าหากนางสบโอกาสเหมาะเมื่อไหร่ นางต้องลงมือทันทีแน่…”