สองตาหูหลินอี้ฉายประกายเรืองวาบ กล่าวออกเสียงทุ้ม “เพื่อมิให้นางไปล่วงเกินต้วนหลิงเทียนจนเกิดเรื่องอะไรขึ้น ข้าทำได้แค่ช่วยให้นางไปพบพี่ใหญ่ของนาง…”
“หากให้เทียบกับผลประโยชน์ที่จักได้รับจาก 3 นิกาย 2 ตระกูลแล้ว…สนมเฟยยังไม่คู่ควรให้กล่าวถึง!”
กล่าวถึงท้ายประโยค เสียงของหูหลินอี้ยังเยียบเย็นเหน็บหนาวเสียดกระดูกนัก!
“กระหม่อมทราบแล้ว ฝ่าบาท”
ชายหนุ่มที่แลดูน่ากลัวถอยไปก้าวหนึ่ง จากนั้นคนก็เลือนหายไปในความว่างเปล่าอีกครั้ง มาอย่างไรก็กลับไปอย่างนั้น…
ส่วนอีกด้าน
ไม่นานหลังจากพวกต้วนหลิงเทียนกลับออกมาจากโถงพระราชวังหลวง ชายชราที่อยู่ข้างๆหวงเจียหลง ขุนนางอมตะ 10 ทิศ ซูเฟิง ไม่อาจทนได้ไหวสืบไป มันหันมองไปยังต้วนหลิงเทียน พลางเอ่ยถามออกมาเสียงอ่อน “คุณชายต้วน…มิทราบว่าให้เราผู้เฒ่าได้ชมดูหินประหลาดที่หูเลี่ยมอบให้ท่านสักคราได้หรือไม่?”
พอกล่าวจบคำ คล้ายซูเฟิงก็ตระหนักได้ว่านี่มันไม่ค่อยเหมาะสมอยู่บ้าง จึงกล่าวเสริมไปทันที “แน่นอนว่าหากคุณชายต้วนมิสะดวกใจ ก็ช่างเถอะ”
“ไม่มีอะไรไม่สะดวก”
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้มบางๆราวกับไม่ได้คิดอะไรมากมาย จากนั้นก็เรียกหินที่ได้จากหูเลี่ย ซึ่งที่แท้แล้วเป็นทองเทพสุดลี้ลับขั้นที่ 1 ออกมายื่นให้ซูเฟิง
เป็นธรรมดาว่าเรื่องที่มันเป็นทองเทพสุดลี้ลับขั้นที่ 1 ก็มีแต่ต้วนหลิงเทียนเท่านั้นที่รู้