“ผู้นำเฉินท่านก็กล่าวชมข้าเกินไปแล้ว…หลานชายท่านเองก็ธรรมดาที่ไหนเล่า เอาชนะคู่ต่อสู้ได้สองครั้งติดแล้ว วันนี้ท่าทางตำแหน่งเจ้าสังเวียนคงไม่ไปไหนไกล”
ชายวัยกลางคนในชุดนักบู๊กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ สายตายังมองไปยังสังเวียนหนึ่งที่มีชายหนุ่มที่พึ่งเอาชนะศัตรูมาได้ กล่าวออกด้วยวาจาถ่อมตัวเล็กน้อย “ยิ่งไปกว่านั้นหลานชายของท่านยังอายุน้อยกว่ายัยหนูบ้านข้าเสียอีก…ความสำเร็จในภายภาคหน้าของมันไหนเลยจะด้อยกว่ายัยหนูบ้านข้าเล่า…”
“ฮาย ประมุขเหอท่านก็ถ่อมตัวเกินไป…อาศัยหลานชายไม่เอาไหนของข้า ไหนเลยจะเทียบแม่นางเหอได้”
…
เมื่อลูกหลาน หรือทายาทของตระกูลและขุมกำลังมีชื่อได้ชัย สหายที่อยู่ข้างๆทั้งผู้ปกครองหรือผู้ติดตามก็กล่าววาจาชมเชยออกมาไม่ขาดปาก เรียกว่าเสียงยกย่องเยินยอบัดนี้ได้ระงมไปทั่วอัฒจันทร์ซ้ายขวา จนน่ารำคาญอยู่บ้าง…
เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างเงียบงัน
ไม่นานแสงครึ้มยามตะวันรอนก็เริ่มสาดส่องย้อมโลกให้หม่นหมอง ความมืดใกล้มาเยือนเต็มที
การประลองสวรรค์ใต้ดำเนินมาถึงตอนนี้ ก็มียอดเซียนอมตะที่ลงทะเบียนมากมายขึ้นไปต่อสู้แล้วพบพานกับความผิดหวัง กระทั่งบางคนก็ใช้สิทธิ์ท้าทายไปหลายครั้ง แต่ยังไม่ประสบผลเลิศ้ำอันใด
“เฮ่อ…พลังฝีมือของข้าที่แท้ยังอ่อนด้อยถึงเพียงนี้ ข้านึกว่าตัวข้าก็ไม่ใช่เล่นๆแล้วนา แต่ที่ไหนได้ถูกผู้อื่นอัดซะเดี้ยง หลังจากนี้หลายๆวันข้าไม่ไปสู้แล้ว ขอฝึกเพิ่มก่อนสักพักจะดีกว่า”