ชายชราที่กล่าวบอกชิงจื่อผู้นั้นว่ารอบหน้าค่อยเอาใหม่ ไม่ใช่เป็นการสาปแช่งชิงจื่อผู้นั้นทางอ้อมหรอ ว่าให้ติดแหง็กอยู่ในด่านพลังยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดไปอีกร้อยปี?
‘เจ้าชิงจื่อผู้นั้น ทั้งๆที่ผู้อื่นกล่าวเชิงสาปแช่งให้มันติดแหง็กอยู่ในขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดเป็นร้อยปี ไฉนยังแลดูเห็นดีเห็นงามได้เล่า นี่มันไปโดนลาเตะหัวมารึยังไง?’
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะงุนงงกับเรื่องนี้จริงๆ
“นายท่าน มีเรื่องอันใดหรือ?”
หลิวก่วงหลินที่สังเกตเห็นสีหน้าเหรอหราคล้ายสับสนอะไรบางอย่างของต้วนหลิงเทียน ก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงผ่านพลังถามไถ่ออกไป
จนเมื่อต้วนหลิงเทียนเล่าต้นสายปลายเหตุออกมา ว่าเกิดจากบทสนทนาของ 2 คนตรงนู้น หลิวก่วงหลินก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาแห้งๆด้วยสีหน้าขื่นขม
“นายท่าน…ตัวท่านเป็นดั่งลูกรักสวรรค์ ไหนเลยจะเข้าใจความลำบากปุถุชนคนนธรรมดาเช่นพวกเราเล่า…ท่านที่มีพรสวรรค์อาจเห็นว่าเรื่องนี้มันน่าขบขัน แต่ท่านรู้หรือไม่ว่าตัวตนเช่นท่านที่อายุไม่ถึงร้อยปีแต่ประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้นั้น กระทั่งในเขตปกครองคฤหาสน์เฉวียนโยว ข้าว่ายังไม่พ้นเป็นชนชั้นอัจฉริยะระดับแนวหน้า! ตัวข้าเองหากมิได้ท่านช่วยเหลือวันนั้น เกรงว่าหากคิดจะทะลวงไปให้ถึงขอบเขตขุนนางอมตะ อย่างต่ำๆก็ต้องมีหลายร้อยปี!”