“เช่นเดียวกับพี่ใหญ่ของข้าที่ตกตายไปวันนั้น…มันติดอยู่ในขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดมาหลายพันปี กว่าจะสามารถทะลวงจากขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดถึงขอบเขตขุนนางอมตะ 1 ต้นกำเนิดได้…”
กล่าวจบคำ รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวก่วงหลินก็ฉายชัดถึงความขื่นขมระทมใจหนักข้อ
ต้วนหลิงเทียนพอได้ฟังคำของหลิวก่วงหลินก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวไปมา จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่า เขาดันเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานไปเสียได้…
ถึงแม้เขาจะลดมาตรฐานลงแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลดลงไปมากมายอะไร
หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนกับหลิวก่วงหลินนั่งรอคอยบนอัฒจันทร์ได้พักหนึ่ง ผู้คนก็เริ่มทยอยกันขึ้นมานั่งเต็มอัฒจันทร์ฝั่งเขาเรียบร้อยแล้ว
ส่วนอัฒจันทร์เบื้องหน้าซ้ายขวานั้น ก็เริ่มมีผู้คนทยอยกันมาถึงเรื่อยๆ
“นั่นเจ้าเมืองตู้อวิ๋นนี่!”
ผ่านไปสักพัก ก็ปรากฏร่างกลุ่มคน 5 คนก้าวอาดๆเดินขึ้นไปยังอัฒจันทร์ฝั่งซ้ายมือของอัฒจันทร์ที่ต้วนหลิงเทียนนั่งอยู่
และพอกลุ่มคน 5 คนดังกล่าวนั่งลงได้ไม่ทันไร ก็มีเสียงอุทานจากอัฒจันทร์ฝั่งเขาดังขึ้น
พอเขาหันไปมองผู้ที่อุทานออกมา ก็พบว่าสายตาของมันจับจ้องไปยังร่างกลุ่มคนทั้ง 5 ที่พึ่งมาถึง
ยังมองจ้องไปยังชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีทองเข้ม ใบหน้าเกลี้ยงเกลาปานหยกเสลา หว่างคิ้วให้ความรู้สึกไม่ดุร้ายแต่ก็ไม่อ่อนแอ ยังแผ่พุ่งความน่าเกรงขามออกมาประการหนึ่ง ดูท่าว่าจะไม่ใช่ชนชั้นธรรมดาสามัญ