ไม่ว่าเผ่ามนุษย์จะเผชิญอันตรายยามใด ก็จะบังเกิดวีรชนไร้เทียมทานปรากฏขึ้นแปรกระแสศึก และยามนี้ ผู้เขียนประวัติศาสตร์ของเผ่ามนุษย์ก็จะเป็นเขาเหลียงเซียวหง
“แย่แล้ว! เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!”
ขณะที่ทุกสายตาจ้องมาที่เหลียงเซียวหงนั้นเอง หนึ่งเสียงพลันตะโกนขึ้น
ผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนผู้หนึ่งตะลีตะลานเหินมาหาฉางซุนผิงเจิ้น “บรรพชน เกิดเรื่องแล้วขอรับ!”
ความพ่ายแพ้ของซือถูหลิงเฟิงทำให้ฉางซุนผิงเจิ้นรู้สึกแย่สุดขีดเป็นทุนเดิม ยามเห็นสมาชิกตระกูลโวยวายเข้ามาหา เขาก็ระเบิดโทสะทันใด
“เจ้าโวยวายอะไร! อย่าทำข้าเสียหน้า!”
ฉางซุนผิงเจิ้นตบหน้าอีกฝ่ายกระเด็นห่าง
ผู้ฝึกตนคนนั้นปลิวไปไกล แต่ก็รีบร้อนเหินกลับมา
“บรรพชน แย่แล้วจริง ๆ ขอรับ! เจียงผิงอันมาแล้วขอรับ!”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘เจียงผิงอัน’ ทุกสายตาก็มองมากันทันที
ผู้คนทั้งหมดที่นี่ล้วนเป็นตัวตน ณ จุดสูงสุดของเผ่ามนุษย์ ย่อมทราบว่าเจียงผิงอันคือใคร
เมิ่งจิงซึ่งเพิ่งนั่งลงผุดลุกขึ้นทันที ทิวเขาเบื้องหน้าซึ่งพัฒนายิ่งใหญ่สะท้านกระเพื่อมรุนแรง ใบหน้าเปี่ยมความตื่นเต้นปรีดา
“เจ้าท่อนไม้มาแล้ว!”
นางใช้อัสนีพริบตาหายไปจากที่ทันที
เหลยจั้ง ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเหลยรวดร้าวใจยิ่งยามเห็นท่าทีใจร้อนของเมิ่งจิง
พวกเขาตระกูลเหลยดีกับเมิ่งจิงขนาดนี้ ยังสู้การเอ่ยนามเดียวไม่ได้
“เจียงผิงอันสมควรตายนี่ ไฉนจึงยังมีชีวิตอยู่อีก” เหลยจั้งบ่นอุบอย่างไม่พอใจ
ขุมกำลังหลายแ