ห่งพอทราบสถานการณ์อยู่บ้าง พวกเขาเหมือนกำลังชมมหรสพ ในใจตะโกนยุ ‘สู้สิ เร็ว ๆ เลย’
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนละเลียดจิบชาในถ้วย
เขาเห็นว่าหอตำราเทียนเต้าและนิกายเทวมารเกะกะลูกตามานานแล้ว ยิ่งสองฝ่ายสู้กันหนักเพียงไรยิ่งดี พินาศไปข้างได้ยิ่งประเสริฐ เขาชอบดูละครเช่นนี้ที่สุด เพราะถึงอย่างไรมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนของพวกเขาอยู่แล้ว
ฉางซุนผิงเจิ้นกำหมัด ดวงตาเรืองรองด้วยจิตสังหาร “เจียงผิงอันถึงกลับกล้าบุกมาที่หอตำราเทียนเต้า! หรือยอดฝีมือจากนิกายเทวมารตามเขามากันด้วย?”
เขาไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะกล้ามาคนเดียว
ผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนคุกเข่าลงร้องว่า “ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารไม่มา แต่ผู้อาวุโสจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนคุ้มกันเจียงผิงอันอยู่ขอรับ!”
“เจียงผิงอันอยู่ที่ตีนเขาจักรพรรดิ เข่นฆ่าผู้ฝึกตนตระกูลเราอย่างบ้าคลั่ง ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาสิบคน ขั้นกลางห้าคนก็หยุดเขามิได้! ตายตกกันหมดแล้วขอรับ!”
ผู้ฝึกตนที่มาส่งข่าวเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพรวม
“อะไรนะ!”
เสียงอุทานดังระงม
ถ้วยชาในมือประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนถูกขยี้ป่น ใบหน้าของเขาตะลึงจังงัง
นี่มันเรื่องอะไรกัน? ไฉนพวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนจึงมาพัวพันในเรื่องนี้ด้วย?
เรื่องที่ทำให้ผู้อื่นตกใจก็คือ ปรากฏว่าเจียงผิงอันปลดคำสาปได้แล้ว และขณะเพิ่งทะลวงสู่ขอบเขตหลอมสุญตาได้ ก็สังหารปวงชนไปมากมายในคราวเดียว!
ต