มู่หรงปิงเองก็รู้ดีแก่ใจ ว่าอย่างอาจารย์นางที่มีนิสัยเจ้าอารมณ์เป็นที่สุด ลองโดนผู้อื่นบีบบังคับมาแบบนี้ ไม่พ้นต้องอารมณ์เสียขั้นสุด
หากนางไปพบหน้าอีกฝ่ายตอนนี้ ถึงอีกฝ่ายจะไม่กล้าลงมือทำอะไรกับนางเพราะบุรุษผู้นั้นกล่าวข่มขู่เอาไว้ แต่ก็ไม่พ้นต้องกล่าววาจาบั่นทอนจิตใจ และโทษนางทั้งหมดแน่
…
“พี่หลิงเทียน ไฉนท่านไม่พาพี่สาวมู่หรงปิงไปกับท่านด้วยกันเลยเล่า?”
หลังต้วนหลิงเทียนพาทุกคนออกมาจากกนิกายอมตะสือหังแล้ว ฮ่วนเอ๋อที่เงียบมาตลอดตอนที่อยู่ในนิกายอมตะสือหัง ก็อดถามเรื่องนี้กับต้วนหลิงเทียนไม่ได้
“พานางออกจากนิกายอมตะสือหังไม่ใช่เรื่องยาก…แต่หากนางเดินทางไปกับข้า ก็คงยากที่ข้าจะรับประกันความปลอดภัยให้นางได้”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบออกมาตามตรง “ดังนั้นข้าคิดว่าให้นางอยู่ที่นิกายอมตะสือหังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด…เมื่อถึงเวลาที่ข้ามีพลังมากพอเมื่อไหร่ ข้าค่อยกลับมารับนาง”
พอกล่าวจบ ต้วนหลิงเทียนก็หันกลับไปมองทิศทางที่ตั้งนิกายอมตะสือหังอย่างเหม่อลอย พลางกล่าวพึมพำในใจ ‘พันปีหลังจากนี้ หากข้ารอดชีวิตกลับมาจากดินแดนแห่งทวยเทพได้…ข้าจะมารับเจ้า’
ต้วนหลิงเทียนเชื่อว่าหลังจากนี้อีกพันปี หากเขารอดชีวิตกลับมาจากดินแดนแห่งทวยเทพได้ ในระนาบเทวโลกทั้งมวลก็คงไม่มีใครทำอันตรายให้เขาได้อีกต่อไป
“ผู้พิทักษ์เถี่ย”