แล้วจะเป็นไปได้อย่างไร ที่อีกฝ่ายจะมีโอกาสประกาศวาจาเหลวไหลเช่นนี้ ต่อหน้าเหล่าศิษย์และอาวุโสหน่วยสาดตระเวนของนิกายยอมตะสือหัง?
อย่างไรก็ตาม เหล่าศิษย์สตรีของนิกายอมะตสือหังมากมาย ก็พากันเหินร่างขึ้นไปบนฟ้า มุ่งหน้าตรงไปยัทิศทางต้นเสียงเร็วไว
และในขณะที่พวกนางแต่ละคนพากันเหินบินไปเร็วไว มองจากสายตาอยากรู้อยากเห็นของพวกนางแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคิดไปชมดูบุรุษที่หาญกล้าผู้นั้น
กระทั่งในแววตาของบางคนยังฉายแววดูแคลน คล้ายเห็นภาพบุรุษผู้นั้นตกตายภายใต้น้ำมือของผู้อาวุโสนิกายอมตะสือหังแล้วก็ไม่ปาน
“ช้าก่อน…พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ที่เมื่อครู่บุรุษผู้นั้นบอกว่ามันชื่อต้วนหลิงเทียน? ไฉนข้ารู้สึกว่าชื่อต้วนหลิงเทียน…มันคุ้นหูนักเล่า?”
“เดี๋ยวนะ…ต้วนหลิงเทียนเหรอ? นั่นมิใช่ชื่อปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับสูงคนใหม่ที่ได้รับอันดับ 1 ใน 6 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้เราในงานสมัชชาเต๋าโอสถที่พึ่งผ่านมาหรือไร?”
“ฮ้า พอเจ้าพูดขึ้นมาข้าก็นึกได้เหมือนกัน ต้วนหลิงเทียนผู้นั้น เป็นหัวหน้าปรมจารย์โอสถของนิกายอมตะไท่อีจากพื้นที่รกร้าง อีกทั้งยังเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับสูงทั้งๆที่ยังอายุไม่ถึง 100 ปีอีกด้วย”
“แถมลือกันว่า แม้จะเป็นแค่ปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับสูง แต่ในแง่ความสามารถของการหลอมโอสถแล้ว กระทั่งปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับขุนนางของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับยังสู้ไมได้เลย”