“ฮั้ย ดูเหมือนบุรุษผู้นี้จะเสียสติไปแล้วจริงๆ ไม่เพียงเพ้อไปว่าศิษย์พี่หญิงมู่หรงปิงเป็นสตรีของตัว ยังเพ้อว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์โอสถอัจฉริยะของนิกายอมตะไท่อีอีก!”
“ฮึ! การกระทำของมันครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะดูหมิ่นศิษย์พี่หญิงมู่หรงปิง แต่ยังดูหมิ่นผู้พิทักษ์สูงสุดอีกด้วย…วันนี้มันได้ตายแน่!!”
…
ยิ่งมาเหล่าศิษย์ของนิกายยอมตะสือหังยิ่งคิดว่าผู้ที่มาประกาศเหิมเกริมนั้นเป็นคนเสียสติ อย่างไรก็ตามพวกนางยังคงเร่งรุดเหินร่างไปชมดูเรื่องราวอย่างไม่รอช้า
เป็นธรรมชาติของผู้คนที่ชมชอบเรื่องราวบันเทิง
เหล่าศิษย์สตรีของนิกายอมตะสือหังก็ไม่เว้น
อีกทั้งด้วยความที่พวกนางเป็นอิสตรี ความสนใจในเรื่องทำนองชู้สาวนับว่ามีมากกว่าบบุรุษเสียอีก แค่ประเด็นนี้ก็ทำให้พวกนางคุยกันน้ำไหลไฟดับได้หลายวันแล้ว
“คนบ้าจากที่ใดหาญกล้าดูหมิ่นผู้พิทักษ์สูงสุด?”
“มันยังบ้าถึงขั้นละเมอคิดไปว่า มู่หรงปิง ศิษย์ของผู้พิทักษ์ลำดับสองเป็นสตรีของมันเชียวหรือ เหลวไหลใหญ่แล้ว!”
“ที่สำคัญมันบ้าถึงขั้นคิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้าปรมาจารย์โอสถของนากยอมตะไท่อีจากแดนร้างที่พึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือขึ้นมาใน 6 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้เรา!”
“ข้าคิดว่ามันเบื่อจะมีชีวิตอยู่แล้ว!”
…
ที่พักของชนชั้นอาวุโสทุกแห่งของนิกายอมตะสือหัง ก็ปรากฏร่างสตรีเหินทะยานขึ้นฟ้ามามากมาย ต่างพากันมุ่งหน้าไปยังทิศทางต้นเสียงของต้วนหลิงเทียนด้วยใบหน้าขุ่นเคือง