“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอาวุโสที่รอดมาได้ไม่อาจประคับประคองนิกายอมตะสราญรมย์ได้หรอก…ต่อให้เหล่ายอดฝีมือขอบเขตกึ่งราชาอมตะที่เร้นกายของนิกายอมตะสราญรมย์เราจะปรากฏตัวออกมา ก็ไม่อาจประคับประคองนิกายไม่ให้ล่มสลายได้ด้วยซ้ำ หรือพวกเจ้าคิดว่ายอดฝีมือเหล่านั้นจะกล้าเผยตัวออกมา?”
“ใช่…เรื่องที่เกิดขึ้นกับนิกายอมตะสราญรมย์เราคราวนี้ แตกต่างจากเรื่องที่เกิดขึ้นกับนิกายอมตะไท่อีในอดีต ตอนนั้นถึงนิกายอมตะไท่อีแทบจะล่มสลาย แต่ยอดฝีมือที่เร้นกายของนิกายอมตะไท่อี ยังมีพลังมากพอจะฆ่าล้างแค้นนิกายอมตะอันดับ 1 ที่ลงมือกับนิกายอมตะไท่อีในตอนนั้น กระทั่งทำลายล้างนิกายอมตะอันดับ 1 ในตอนนั้นและกอบกู้นิกายอมตะไท่อีได้…ทว่าตอนนี้กระทั่งบรรพบุรุษหลี่ผิงที่ทะลวงถึงขอบเขตราชาอมตะยังถูกฆ่าตาย พวกเจ้าว่ายอดฝีมือเร้นกายกึ่งราชาอมตะที่รั้งอยู่ใน 6 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของนิกายเรา จะกล้าปรากฏตัวออกมากอบกู้นิกายหรือไม่เล่า?”
“เหอะๆ…ไม่กล้าโผล่มาแน่นอน!”
“โผล่มาก็ย่ำแย่แล้ว! หากกระทั่งบรรพบุรุษผลี่ผิงที่ทะลวงถึงราชาอมตะยังถูกฆ่า อาศัยตัวตนกึ่งราชาอมตะจะออกมาหาที่ตายทำอะไร? เกิดต้วนหลิงเทียนรู้ว่าพวกมันปรากฏตัวแล้วย้อนกลับมาฆ่าคนอีกรอบก็จบกัน ข้าเชื่อว่าไม่มีใครกล้ามาหรอก…”
“คราวนี้นิกายอมตะสราญรมย์ของพวกเราคงต้องจบสิ้นแล้วล่ะ…พวกเจ้าคิดจะทำอะไรต่อไปเล่า?”