“ข้าคิดจะออกจากนิกายอมตะสราญรมย์พรุ่งนี้เลย จากนั้นก็เก็บตัวสักพัก…รอให้ผมข้างอกเมื่อไหร่ข้าค่อยไปหานิกายอมตะใหญ่อื่นเข้าร่วม ด้วยความสามารถของข้าคิดจะเข้าร่วมนิกายอมตะใหญ่ดีๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาหรอก”
“แล้วไฉนเจ้าต้องรอให้ผมงอกด้วยเล่า? ไปปลูกผมเอาก็สิ้นเรื่อง!!”
“นั่นสิ หากเจ้ามัวแต่รอให้ผมงอก แล้วค่อยไปขอเข้าร่วมนิกายอมตะใหญ่อื่น พวกมันก็รู้หมดพอดีว่าเจ้าเป็นคนของนิกายอมตะสราญรมย์ หลังจากนี้ไม่พ้นเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนทำลายนิกายเราต้องแพร่ไปทั่วแน่ ถึงตอนนั้นใครจะกล้ารับเผือกร้อนอย่างพวกเราเล่า เผลอๆยังจะรีบแห่กันมาปล้นของนิกายอมตะสราญรมย์เราด้วยซ้ำ”
“ก็เข้าทีดีเหมือนกัน…ข้าไปปลูกผมวันนี้เลยดีกว่า”
…
เรียกว่าตอนนี้นิกายอมตะสราญรมย์ประหนึ่งเม็ดทรายกระจัดกระจาย เหล่าศิษย์คิดแต่เรื่องจะแยกย้าย หาทางหนีทีไล่กันหมดสิ้น
เหนือขึ้นไปบตำหนักโอ่อ่าของนิกายอมะตสราญรมย์ จี้ฟ่าน อดีตตถาคตที่พึ่งไปยกเค้าคลังสมบัติลับของนิกายอมตะสราญรมย์มา ก็ลอยร่างยืนมองศิษย์นิกายอมตะสราญรมย์ที่ค่อยๆแยกย้ายจากไปอย่างสงบ
“งานส่วนหนึ่งที่ปรมาจารย์โอสถต้วนสั่งไว้ลุล่วงไปได้ด้วยดี…และจากวันนี้คงไม่มีนิกายอมตะสราญรมย์เหลืออยู่อีกต่อไป”
“จากนั้น…ก็เหลือแต่นำเรื่องราวการลงมือในนิกายอมตะสราญรมย์ของปรมาจารย์โอสถต้วนที่บันทึกไว้ในลูกแก้วเงาลอยออกไปเผยแพร่…”
ขณะพึมพำกล่าวถึงจุดนี้ร่างจี้ฟ่านก็วูบหายไปทันที