อาการสบายๆไม่แยแสนี้ของต้วนหลิงเทียน พอตกอยู่ในสายตาหลี่ผิง ก็ทำให้หลี่ผิงอดไม่ได้ที่จะใจสั่น ยังเริ่มบังเกิดอาการหวั่นๆขึ้นมา ‘ต้วนหลิงเทียนผู้นี้ แม้จะเห็นว่าข้าเป็นราชาอมตะ แต่มันยังแลดูมั่นใจได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ?’
ในนิกายอตะสราญรมย์ หลี่ผิง นับว่ามีอายุมากที่สุด
ด้วยความที่อยู่มานาน ได้เห็นอะไรมามาก มันก็ย่อมคิดมากตามไปด้วย
และในความคิดของมัน
กระทั่งในเวลาแบบนี้แต่ชายหนุ่มชุดม่วงยังมั่นหน้าอยู่ได้ ก็บ่งชี้ให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ 2 ประการ…
ประการแรกคืออีกฝ่ายเสแสร้งแสดงวางมาดยอดฝีมือ หมายอาศัยนิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว ชักนำให้ใจมันบังเกิดความหวั่นเกรง สุดท้ายก็เกิดเป็นความระแวงจนไม่กล้าลงมือเล่นงานอีกฝ่ายอย่างวู่วาม
ประการที่ 2 ก็คือ อีกฝ่ายสมควรมีภูมิหลังอันยิ่งใหญ่ และทรงพลังถึงที่สุด! ถึงขั้นไม่แยแสนิกายอมตะสราญรมย์ของมันเลย!!
อย่างแรกไม่เป็นไร…
แต่หากเป็นอย่างหลังขึ้นมา ถึงวันนี้มันจะสามารถเข่นฆ่าอีกฝ่ายได้ แต่นิกายอมตะสราญรมย์ไม่พ้นถึงกาลอวสานเป็นแน่!
“ต้วนหลิงเทียน…”
หลังครุ่นคิดไตร่ตรองอยู่พักหนึ่ง หลี่ผิงก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองจ้องต้วนหลิงเทียนตาเขม็งพลางถามออกไปว่า “น้องอัน…เป็นเจ้าฆ่าหรือ?”
“น้องอัน?”
ต้วนหลิงเทียนถึงกับผงะเมื่อได้ยินคำถามของหลี่ผิง
“เป็นหลี่อัน…ลูกพี่ลูกน้องของข้า!”
หลี่ผิงกล่าวเตือนเสียงขรึม
“หลี่อัน?”