ด้วยความเร็วที่สูงล้ำดังกล่าว กระทั่งความว่างเปล่ายังคล้ายสะเทือนสะท้านไป บังเกิดเสียงระเบิดดังประหนึ่งขุนเขาถลมฟ้าทะลาย!
‘เจ้านั่นน่ะเหรอ ประมุขนิกายอมตะสราญรมย์ หลิวเสวียนคง?’
หากเป็นก่อนหน้านี้ ต่อให้ต้วนหลิงเทียนจะเพ่งสมาธิตั้งหน้าตั้งตาดูแค่ไหน ก็คงไม่อาจแลเห็นความเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงระดับนี้ของหลิวเสวียนคงได้เลย…
เพราะสุดท้ายแล้วหลิวเสวียนคง ก็บรรลุด่านพลังฝึกปรือขอบเขตเดียวกับหลี่อัน ขุนนางอมตะ 9 ตำหนัก!
ถึงแม้พลังฝีมือของประมุขนิกายอมตะสราญรมย์อย่างหลิวเสวียนคง จะอ่อนด้อยกว่าหลี่อันมาก แต่อย่างไรเสียมันก็ยังเป็นตัวตนขอบเขตขุนนางอมตะ 9 ตำหนัก ไม่ใช่อะไรที่ขุนนางอมตะธรรมดาๆจะเทียบเทียมได้
แต่คราวนี้ทันทีที่หลิวเสวียนคงเหินร่างออกมา ต้วนหลิงเทียนสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของมันได้ชัดเจน กระทั่งในมโนสำนึกยังรู้สึกว่าความเคลื่อนไหวของหลิวเสวียนคงช่างเชื่องช้าเหลือเกิน เชื่องช้าประหนึ่งหอยทากป่วยไร้แรงคลานก็ไม่ปาน
แน่นอนว่าไม่ใช่ความเร็วของหลิวเสวียนคงมันเชื่องช้าอะไรขนาดนั้น แต่เป็นประสาทสัมผัสและการรับรู้ของต้วนหลิงเทียนมันรวดเร็วเกินไป!
เพราะตอนนี้ต้วนหลิงเทียนได้ครอบครองพลังอำนาจ มากพอจะทัดเทียมได้กับขอบเขตขุนนางอมตะ 10 ทิศอยู่!
อาศัยแค่ขุนนางอมตะ 9 ตำหนักทั่วไปคนหนึ่ง แม้จะใช้ความเร็วสุดตัว แต่ในสายตาเขาก็ไม่ได้ต่างอะไรจากหอยทากคืบคลาน…
“แห่กันมาแล้ว…”