และพอหลิวเสวียนคงประมุขนิกายอมตะสราญรมย์ปรากฏตัว ต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นว่า
จากเคหะสถานในถิ่นที่อยู่ของนิกายอมตะสราญรมย์ ปรากฏร่างมากมายพากันเหินบินขึ้นมาบนฟ้า และยังมุ่งหน้ามาทางเขาอีกด้วย
หลังจากนั้นไม่นาน หลิวเสวียนคง ประมุขนิกายอมตะสราญรมย์ ก็เป็นคนแรกที่เหาะมาถึงเหนือฟ้ากลางหาว ไม่ไกลจากต้วนหลิงเทียนมากนัก
“จี้ฟ่าน…เจ้ารู้หรือไม่ ว่าเจ้ากำลังพูดอะไรอยู่?!”
หลิวเสียนคงที่พึ่งมาถึง ก็มองไปยังจี้ฟ่านที่เหินลอยไกลๆ กล่าวถามออกมาเสียงหนักด้วยสีหน้าดุร้าย
“ศิษย์…”
พอเห็นหลิวเสวียนคง จี้ฟ่านก็เผลอเรียกหาอีกฝ่ายออกไปตามจิตใต้สำนึก
อย่างไรก็ตามพอมันพึ่งปริปากกล่าวคำ มันก็ฉุกคิดได้ว่ามันพึ่งจะประกาศถอนตัวออกจากนิกายนอมตะสราญรมย์มาหยกๆ
และพอตระหนักได้ถึงชะตาที่นิกายอมตะสราญรมย์ไม่อาจหลีกเลี่ยง มันก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความขื่นขมในใจ ขณะเดียวกันก็เลือกจะปิดปากแน่นสนิท
ทำให้การไถ่ถามของหลิวเสวียนคงเป็นดั่งสายลมพัดผ่าน เพราะจี้ฟ่านแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
…
จากนั้นดั่งสายลมกรรโชกมาห่าใหญ่ เบื้องหลังหลิวเสวียนคงประมุขนิกายอมตะสราญรมย์ ก็ปรากฏร่างที่พึ่งเหินลอยมาถึงมากมาย
และคนเหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้อาวุโสระดับสูงของนิกายอมตะสราญรมย์ทั้งสิ้น!
“จี้ฟ่าน ท่านประมุขถามเจ้าอยู่ เจ้าไม่ได้ยินหรือ?”