“จี้ฟ่าน เจ้าออกไปครั้งนี้ ก็ปีกกล้าขาแข็งแล้วรึ? พบหน่าท่านประมุขไม่เพียงแต่จะไม่เคารพ แต่เจ้ายังกล้าเพิกเฉย!”
“จี้ฟ่าน เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไร ถึงได้ประกาศคำเหลวไหลเรื่องถอนตัวออกจากนิกายอมตะสราญรมย์?”
“ไม่ว่าเจ้าจะพูดไปด้ววยเหตุผลกลใด…ให้หลังจากนี้เจ้าสำนึกผิดแค่ไหน…ข้าคนหนึ่งที่จักไม่ยอมให้เจ้าดำรงตำแหน่งตถาคตของนิกายอมตะสราญรมย์เราอีกต่อไป!!”
“นิกายอมตะสราญรมย์เราชุบเลี้ยงเจ้าดีเพียงใด แต่เจ้ากลับมีใจออกห่าง! ตถาคตของพวกเรา เจ้าไร้คุณสมบัติเป็นอีกต่อไป!!”
…
หลังจากที่เหล่าอาวุโสระดับสูงของนิกายอมตะสราญรมย์มาถึง แต่ละคนก็กล่าววาจาออกมาด้วยโทสะ ทั้งหมดเพ่งเล็งตำหนิจี้ฟ่านกันยกใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้นสายตาทีแต่ละคนใช้มองจี้ฟ่านยามนี้ ทำราวกับพวกมันอดรนทนไม่ไหว อยากพุ่งเข้าไปฉีกร่างทั้งกลืนกินเลือดเนื้อจี้ฟ่านเต็มแก่!
ต้องกล่าวเลยว่าด้วยตกเป็นเป้าตำหนิของอาวุโสระดับสูงนิกายอมตะสราญรมย์มากมายขนาดนี้ในคราวเดียว จี้ฟ่านก็รู้สึกกดดันจนแทบทนไม่ไหว
อย่างไรก็ตามพอนึกถึงพลังฝีมืออันน่าสะพรึงกลัวของชายหนุ่มชุดม่วงด้านหลัง ร่างที่หนักอึ้งทั้งใจที่หวั่นหวาดของจี้ฟ่านก็เริ่มสงบลง ยังเกิดเป็นความมั่นใจประการหนึ่ง
เพราะให้เทียบกับแรงกดดันที่มันได้รับจากชายหนุ่มชุดม่วงแล้ว อาศัยแรงกดดันจากเหล่าอาวุโสของนิกายอมตะสราญรมย์เหล่านี้ ก็ไม่ได้คู่ควรให้กล่าวถึงเลย…