“ท่านปรมาจารย์โอสถต้วน…คนผู้นั้นคือประมุขนิกายอมตะสราญรมย์ หลิวเสวียนคงขอรับ”
ท่ามกลางแรงกดดันอันดุร้ายของระดับสูงนิกายอมตะสราญรมย์ จี้ฟ่านไม่เพียงไม่ก้มหัว แต่ยังหันไปมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนอย่างสุภาพ พลางชี้นิ้วไปทางหลิวเสวียนคงที่อยู่ไม่ไกล
“ส่วนบรรพบุรุษอีกคนของนิกายอมตะสราญรมย์ นามว่าหลี่ผิง ตัวตนขอบเขตขุนนางอมตะ 10 ทิศ ยังไม่ปรากฏตัวออกมา…”
และพอจี้ฟ่านกล่าวจบคำ ไม่ทันให้คนของนิกายอมตะสราญรมย์ตอบสนองอะไร มันก็กล่าวเสริมออกมาอีกประโยค…
“จี้ฟ่าน! เจ้าช่างบังอาจนัก!!”
และแทบจะทันทีท่จี้ฟ่านกล่าวประโยคหลังจบคำ หลิวเสวียนคงก็คำรามออกมาปานฟ้าลั่น สองตายังงมองจ้องจี้ฟ่านด้วยโทสะ!
“จี้ฟ่าน เจ้าไม่เพียงแต่จะเรียกชื่อข้าห้วนๆ แต่ยังกล้าเรียกหาท่านบรรพบุรุษห้วนๆ…เจ้าถึงกับกล้าไม่เคารพท่านบรรพบุรุษงั้นเหรอ!?”
“จี้ฟ่าน นี่เจ้าเบื่อชีวิตนักหรือไร!?”
“ตามกฏนิกาย ไร้สัมมาคารวะ ไม่เคารพผู้อาวุโส เจ้าต้องถูกลงโทษทางวินัยสถานหนัก!”
“ไม่ผิด! จี้ฟ่านเจ้าต้องถูกลงโทษสถานหนัก! และอย่าได้คิดว่าแค่เจ้าพูดเรื่องจะถอนตัวออกจากนิกายอมตะสราญรมย์ เจ้าก็จักถอนตัวออกจากนิกายอมตะสราญรมย์ได้ตามใจชอบ! เป็นนิกายชุบเลี้ยงบ่มเพาะเจ้ามา หากเจ้าคิดจะไป ก็ต้องถามความเห็นนิกายก่อน ว่ายอมให้เจ้าไปได้หรือไม่!!”
…