ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า ไม่ได้คิดปฏิเสธแม้แต่น้อย
จี้ฟ่านพอได้ยิน แผ่นหลังก็ถึงกับชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น เหม่งวับวาวยังปรากฏเหงื่อเม็ดเขื่องผุดซึมไม่หยุด ขณะเดียวกันในใจก็ลอบมุ่งมั่นเรื่องตัดสัมพันธ์กับนิกายอมตะสราญรมย์ เพื่อให้ไม่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกันอีกชั่วชีวิต!
‘ขอโทษด้วยท่านอาจารย์ อาจารย์ลุง ศิษย์พี่ รวมถึงผู้อาวุโสทั้งหลาย…เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆของข้าแล้ว ข้าทำได้แค่ตีจากนิกายอมตะสราญรมย์เท่านั้น วันนี้ปีหน้าข้าจะสวดมนตร์ให้พวกท่านแล้วกัน’
จี้ฟ่านหันไปเหม่อมองทิศทางที่ตั้งนิกายอมตะสราญรมย์ พลางลอบกล่าวในใจอย่างเงียบงัน
อาจารย์ของจี้ฟ่านก็ไม่ใช่ใครอื่นเป็นหลี่อัน ส่วนศิษย์พี่กับอาจารย์ลุงที่กล่าวถึง ก็คือประมุขนิกายอมตะสราญรมย์ หลิวเสวียนคง และหลี่ผิง
‘ท่านอาจารย์ อาจารย์ลุง แล้วก็ศิษย์พี่…พวกท่านไม่อาจโทษข้าได้นะ หากพวกท่านจะโทษก็ไปโทษพวกหน่วยข่าวกรองบัดซบนั่นเถอะ พวกมันไปสืบนรกอันใดมาของพวกมัน! กลับได้ความว่าต้วนหลิงเทียนผู้นี้เป็นแค่ผู้ที่ขึ้นสวรรค์ไร้ภูมิหลัง ถึงขั้นที่พวกเราจะบดจะบี้จะยีมันให้ตายเมื่อไหร่ก็ได้…’
‘มาตอนนี้ถึงคราวฉิบหายกันหมดแล้วไง หากพวกเราอยู่กันเงียบๆไม่ไปยุ่งกับมันแต่แรกไหนเลยจะถึงคราวเคราะห์กัน เรื่องราวไหนเลยจะเลยเถิดมาถึงจุดนี้ได้…’