“เป็นข้าเสนอไม่เข้าเรื่องจริงๆ…อาศัยพลังฝีมืออันเข้มแข็งของปรมาจารย์โอสถต้วน ไหนเลยยังต้องจริงจังกับเรื่องนี้ด้วย”
หลังเสียงดูแคลนของต้วนหลิงเทียนดังจบคำ จี้ฟ่านก็รีบกล่าวทำนองเห็นด้วยทันที ท่าทียังแลดูสุภาพนอบน้อมนัก ศีรษะโล้นเลี่ยนวับวาบก้มต่ำราวข้าทาส
ไม่กี่วันต่อมา
“ท่านปรมาจารย์โอสถต้วน นิกายอมตะสราญรมย์ตั้งอยู่ด้านหน้าแล้วขอรับ”
จี้ฟ่านชี้ไปยังขุนเขาใหญ่ลูกหนึ่ง อันปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก พลางกล่าวบอกต้วนหลิงเทียน
ต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้ารับ จากนั้นก็หันไปมองฮ่วนเอ๋อ ที่จนป่านนี้ยังคงจมอยู่ในภวังค์การทำความเข้าใจเวทย์พลังของนางอยู่ และไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ เขาจึงหันไปกล่าวกับเถี่ยไท่เหอว่า “อาวุโสเถี่ย ท่านเองก็รออยู่ตรงนี้สักครู่เถอะ รบกวนดูแลฮ่วนเอ๋อให้ข้าด้วย”
“ข้าจัดการเรื่องราวเสร็จแล้ว จะกลับมาทันที”
“และท่านก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีใครเพ่งเล็งมาที่ท่าน…สำนึกเทวะข้าจะแผ่มาปกคลุมจุดนี้ไว้ตลอดเวลา”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว ปรมาจารย์โอสถต้วน”
ถึงแม้ว่าเถี่ยไท่เหอเองก็อยากไปชมดูให้เห็นกับตา ตอนที่ต้วนหลิงเทียนเข่นฆ่าสังหารเสาหลักของนิกายอมตะสราญรมย์ ทำลายรากฐานของพวกมัน แต่เมื่อต้วนหลิงเทียนเอ่ยปากมาแบบนี้ มันก็ได้แต่ยอมรับโดยสดุดี
ในอดีตมันปฏิบัติกับต้วนหลิงเทียนดั่งสหายคนหนึ่ง