หลี่ผิงส่ายหัว มันไม่คิดว่าเรื่องจะเป็นไปในทิศทางดังกล่าว “น้องอันจะอย่างไรก็เป็นคนรอบคอบยิ่งนัก ไม่มีทางลงมือเกินเลยเป็นแน่…อีกทั้งยังรู้เรื่องที่นิกายอมตะไท่อีสมควรมียอดฝีมือกึ่งราชาอมตะอยู่ดี”
“กล่าวได้ว่าเมื่อไปถึงนิกายอมตะไท่อีแล้ว อย่างดีน้องอันก็เพ่งเล็งจัดการแค่ต้วนหลิงเทียนผู้นั้นคนเดียว คงไม่คิดเข่นฆ่าผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอันจะเป็นการกระตุ้นยอดฝีมือเร้นกายแน่นอน ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเพ่งเป้าไปที่การล้างผลาญนิกายอมตะไท่อี”
เรื่องหลี่อันเป็นคนเช่นไรในที่นี้ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าหลี่ผิงอีกแล้ว มันจึงเชื่อว่าหลี่อันไม่มีทางลงมือทำอะไรที่ไม่อาจย้อนคืนได้แน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นหากจะพูดถึงในเรื่องรอบคอบระแวดระวังแล้ว หลี่อันยังมีเหนือกว่ามันเสียอีก
ในเมื่อมันยังรู้เรื่องเหล่านี้ดี และไม่มีทางแตะต้องนิกายอมตะไท่อีเด็ดขาด เช่นนั้นจะนับประสาอะไรกับหลี่อัน
ตอนนี้เองสติหลิวเสวียนคงก็กลับมาแจ่มใสอีกครั้ง วิจารณญาณได้ฟื้นคืนมาทั้งหมด จึงรู้สึกว่า หลี่อัน อาจารย์ของมันไม่มีวันลงมือทำอะไรเกินเลยแน่นอน สาเหตุที่ไฉนมันคิดไปแบบนั้นในตอนแรก เป็นเพราะสติมันไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่
“เช่นนั้น ตอนนี้ข้าว่ามีความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียว…”