หลี่ผิงกล่าวคามคาดเดาออกมา “ผู้ที่ลงมือเข่นฆ่าน้องอันสมควรมีพลังฝีมือร้ายกาจนัก ถึงขั้นที่น้องอันไม่อาจต่อกรด้วยได้…ฟ่านเอ๋อที่เห็นดังนั้นจึงรู้สึกว่าเปล่าประโยชน์ที่จะใช้ยันต์อมตะสื่อสาร เพราะไม่พ้นสุดท้ายก็ต้องถูกอีกฝ่ายสกัดได้…”
“อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าฟ่านเอ๋อจะยังไม่ได้ใช้ยันต์อมตะสื่อสารก็ดี หรือใช้แล้วหากแต่ถูกสกัดเอาไว้ก็ดี แต่สุดท้ายคนก็ต้องย้อนกลับมาที่นิกายอมตะสราญรมย์ และแจ้งเรื่องราวการตายของน้องอันด้วยตัวเอง…ตอนนี้พวกเราทำได้แค่รอเท่านั้น!”
“หลังจากนี้พวกเราก็ไม่ต้องลงมือทำอะไรให้วุ่นวาย เพราะสุดท้ายหากอีกฝ่ายเป็นตัวตนที่ร้ายกาจถึงขั้นนั้นจริง พวกเราก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี…เช่นนั้นพวกเราก็รอไปเถอะ”
“สุดท้ายฟ่านเอ๋อที่รอดชีวิตมาได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ต้องหาทางย้อนกลับมาบอกตื้นลึกหนาบางแก่พวกเราแน่นอน”
สุดท้ายแล้วหลี่ผิงก็นับว่ามีอายุไม่น้อย กระทั่งยังมีลำดับอาวุโสมากที่สุดในนิกายอมตะสราญรมย์ แม้มันจะโศกเศร้าทั้งคับแค้นกับการตายของหลี่อันมากแค่ไหน แต่มันก็ยังไม่สูญเสียเหตุผล และยังสามารถมองพินิจเรื่องราวได้อย่างสงบ
จากนั้นหลิวเสวียนคงรวมไปถึงผู้อาวุโสระดับสูงของนิกายอมตะสราญรมย์ที่ฟังอยู่ ก็รู้สึกว่าคำพูดของหลี่ผิงมีเหตุผลไม่น้อย จึงเห็นด้วยกับหลี่ผิง