ในขณะที่สีหน้าจี้ฟ่านกำลังเปลี่ยนไปครั้งใหญ่ เสียงกระซิบกระซาบมากมายก็เริ่มดังเข้าหูของมัน
และเจ้าของเสียงกระซิบเหล่านี้ ก็คือผู้อาวุโสระดับสูงของนิกายอมตะไท่อีทั้งสิ้น
เรียกว่าพอได้ยินเสียงกระซิบของผู้อาวุโสระดับสูงของนิกายอมตะไท่อีเหล่านี้ ในใจจี้ฟ่านยิ่งมาก็ยิ่งบังเกิดความหวาดกลัวเสียขวัญ!
“ตถาคต…ที่ข้าถามออกไป เป็นเจ้าไม่ได้ยิน หรือทำเป็นไม่สนใจข้ากันแน่ หรือเจ้าไม่คิดจะไว้หน้าข้าเลย?”
ในขณะที่สีหน้าจี้ฟ่านเปลี่ยนสีไปด้วยความหวาดกลัวนั้น มันก็ตื่นตระหนกจนไม่มีสติสตังเหลือพอจะตอบคำถามอะไรของต้วนหลิงเทียนเลย ต้วนหลิงเทียนที่เห็นสภาพอีกฝ่ายก็กล่าวถามออกไปอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็สายตาที่ใช้มองจี้ฟ่านก็เริ่มเย็นชาลง
อยู่ๆสายตาต้วนหลิงเทียนก็เริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นชาแบบนี้ ย่อมทำให้จี้ฟ่านหน้าเสียทันใด มันยังรู้สึกคล้ายร่วงตกลงไปในหล่มน้ำแข็ง!
“ไม่…ไม่ใช่…”
ในขณะที่หน้าเปลี่ยนสี จี้ฟ่านก็ไม่กล้าละเลยคำถามต้วนหลิงเทียน เร่งส่ายหัวไปมาระรัว กล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวว่า “ปรมาจารย์โอสถต้วน ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร…ที่ข้าไม่ทันได้ตอบท่าน ไม่ใช่ว่าข้าไม่ไว้หน้าท่าน…”
“แต่เป็นข้า…เป็นข้า…จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เผลอเหม่อลอยไป…ตะ…ต้องขออภัยท่านด้วย ข้าขออภัยท่านด้วย!”