“ทั้งหมดก็เป็นเหตุผลที่ทำให้อาจารย์ข้ากับข้ามาที่นี่…เรื่องราวหลังจากนั้นปรมาจารย์โอสถต้ววนก็คงทราบแล้ว”
จี้ฟ่านกล่าวออกมารวดเดียวจบ
หลังจากที่มันพูดจบแล้วมันก็อดไม่ได้ที่จะมองถามต้วนหลิงเทียนด้วยความกล้ากลัวๆ “ท่านปรมาจารย์โอสถต้วน…คือว่า…เรื่องที่ท่านอยากรู้ ข้าน้อยก็บอกท่านแล้ว…”
“เช่นนั้น ข้าน้อยไปได้แล้วหรือยังขอรับ…”
ตอนนี้จี้ฟ่านไม่อยากอยู่ที่นี่สืบต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียว ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่มันก็รู้สึกเสมือนอยู่ใกล้ความตายมากขึ้นเท่านั้น กระทั่งยิ่งย้อนคิดถึงทีท่าไม่เว้นคำพูดคำจาที่เคยใช้กับต้วนหลิงเทียนมันก็ใจเสียจนแทบจะร่ำไห้ออกมาแล้ว!!
“ได้สิ”
ได้ยินคำถามดังกล่าวของจี้ฟ่าน ต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้ากล่าวตอบคำเสียงเบา
ด้านจี้ฟ่านพอได้ฟัง ก็ถึงกับระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ทว่าในขณะที่มันหันหลังเตรียมเหินร่างจากไปนั้น เสียงของต้วนหลิงเทียนก็ดังขึ้นอีกครั้ง และทำให้ร่างจี้ฟ่านชะงักค้างกลางอากาศ หน้ายังเปลี่ยนสีไปใหญ่หลวงอีกรอบ
“ตถาคต พอดีข้าคิดไปเยี่ยมชมนิกายอมตะสราญรมย์ของเจ้าด้วย…เจ้าคงไม่รังเกียจที่จะนำทางทั้งให้ข้าติดสอยห้อยตามไปด้วยสักคนกระมัง?”
นี่คือคำพูดที่ต้วนหลิงเทียนพูดออกมาก่อนหน้า
ฟังแล้วผิวเผินก็เหมือนอยากจะติดสอยห้อยตามจี้ฟ่านไปนิกายอมตะสราญรมย์ด้วยเฉยๆ