หลังได้ยินคำตอบรับของเถี่ยไท่เหอ ต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองฮ่วนเอ๋อข้างๆ พลางยิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าได้รับบาดเจ็บไม่น้อย เช่นนั้นเจ้าพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ดีหรือไม่?”
“พี่หลิงเทียนไปธุระที่นิกายอมตะสราญรมย์ไม่นาน พอเสร็จเรื่องแล้วพี่หลิงเทียนจะ…”
ต้วนหลิงเทียนนั้นเดิมทีคิดให้ฮ่วนเอ๋อพักรักษาตัวที่นิกายอมตะไท่อี ทว่าเขาไม่ทันได้พูดจบคำ ฮ่วนเอ๋อก็กล่าวขัดออกมาเสียก่อน “พี่หลิงเทียนฮ่วนเอ๋อจะไปกับท่านด้วย…ฮ่วนเอ๋อไม่อยากแยกกับท่าน”
“สำหรับเรื่องรักษาตัว…ในเมื่อมีผู้อาวุโสเถี่ยพาพวกเราเดินทาง เช่นนั้นฮ่วนเอ๋อพักรักษาตัวระหว่างทางก็ได้!”
ฮ่วนเอ๋อกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดื้อรั้น
เห็นฮ่วนเอ๋อยืนกรานมาแบบนี้ ต้วนหลิงเทียนก็ได้แค่ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างช่วยไม่ได้ “เอาล่ะๆ…ตามใจฮ่วนเอ๋อก็ได้”
ครู่ต่อมาต้วนหลิงเทียนก็หันไปลาไป๋ผิงประมุขนิกายอมตะไท่อี ต่อจากนั้นก็กล่าวบอกให้เถี่ยไท่เหอช่วยหอบหิ้วเขากับฮ่วนเอ๋อเดินทางได้เลย
แน่นอนว่าเถี่ยไท่เหอก็ต้องหอบหิ้วจี้ฟ่านไปด้วยอีกคน และยังต้องพึ่งอีกฝ่ายในการบอกทิศทางที่ตั้งของนิกายอมตะสราญรมย์ เพราะมันเองก็ไม่เคยไปนิกายอมตะสราญรมย์มาก่อน
จนเมื่อพวกต้วนหลิงเทียนเหินร่างลับหายไปจากสายตาแล้ว เหล่าคนของนิกายอมตะไท่อีทั้งหลาย ก็ค่อยๆทยอยกันกลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง